วันนี้ (25 มี.ค.2559) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยระหว่างการบรรยายพิเศษหัวข้อทางรอดประเทศไทยกับบทบาทเครือข่ายต้านทุจริตว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาทุจริตอย่างจริงจัง โดยตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เพื่อบูรณาการทุกหน่วยงาน พร้อมทั้งการจัดตั้งศาลทุจริต และการออกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าปีนี้ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไทยจะดีขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจะได้ 50 คะแนนตามที่หวัง แต่สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คะแนนไทยต่ำ เพราะไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จึงเชื่อมั่นว่าปี 2560 ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไทยจะดีขึ้นอีก เมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ส่วนการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์เพิ่มเติมของป.ป.ช.นั้น พล.อ.ไพบูลย์ ระบุว่า เป็นเรื่องระหว่างหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบจะประสานกันตามปกติ ไม่เกี่ยวข้องกับ ศอตช.
ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีที่ยังมีข้อสงสัยว่า เซียนพระ ที่ถูกพาดพิงถึงว่ารับค่าที่ปรึกษาจากโรงหล่อ อาจเข้าข่ายกระทำผิดเพราะอยู่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอยู่นั้น ป.ป.ช.จะตรวจสอบอีกครั้ง โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปการสอบสวนทั้งหมดภายในครึ่งปี
ระหว่างการเสวนาหัวข้อปลอกเปลือกกลโกงบทเรียนราคาแพงที่ต้องสานต่อที่จัดโดย ป.ป.ช.นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันอิศรา ระบุว่า ประเด็นการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ยังไม่มีความชัดเจน แม้ ศอตช. จะแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้ว
ขณะที่นางดาวัลย์ จันทรัสดี อดีตแกนนำประชาชนตำบลคลองด่าน ได้สะท้อนความเสียหายในคดีคลองด่านว่า คดีนี้นอกจากการจะทำให้ประเทศเสียหายอย่างมหาศาลแล้ว ยังมีการทุจริตในขั้นตอนการสะสางคดี และการตรวจสอบการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐด้วย พร้อมชี้ว่าคดีทุจริตบางกรณี สุดท้ายกลับไม่ใช่บทเรียนของคนทุจริต