วันนี้ (1 ม.ค.2562) นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า สถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติตลอดช่วง 5 วันของเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 27-31 ธ.ค.2561 พบว่ามีคดีเข้าสู่กระบวน การคุมประพฤติ รวมกว่า 5,000 คดี โดยจำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 2,649 คดี คดีขับเสพ จำนวน 9 คดี คดีขับรถประมาท จำนวน 2 คดี
โดยจังหวัดที่พบว่า มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุรา สูงสุด 3 อันดับได้แก่ จ.มหาสารคาม 187 คดี จ.สุรินทร์ 186 คดี และจ.สกลนคร จำนวน 175 คดี
นอกจากนี้ผู้ที่กระทำผิดในคดีขับรถขณะเมาสุราศาลได้มีคำสั่งให้ติดตั้งเครื่อง EM หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว สถิติตลอด 5 วันมีจำนวน 66 คนทั่วประเทศ ที่ศาลได้สั่งให้ติดตั้งเครื่อง EM โดยทางสำนักงานคุมประพฤติ ได้เริ่มใช้อุปกรณ์ EM แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.นี้
ส่วนวันที่ 31 ธ.ค.2561 จังหวัดที่ศาลสั่งติด EM จำนวน 33 คน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 9 คน จ.ขอนแก่น 10 คน จ.บุรีรัมย์ 9 คน และ จ.ราชบุรี 5 คน

ประเดิมติดกำไล EM 7 คนแรก
ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติ ประเดิมติดอุปกรณ์ EM กับผู้ถูกคุมความประพฤติ ในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา ตามคำพิพากษาของศาล จำนวน 7 คนที่ศูนย์ควบคุมการติดตามตัวด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมปฐมนิเทศชี้แจงเงื่อนไข สำหรับการปฏิบัติตนในระหว่างที่ถูกคุมความประพฤติ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับอุปกรณ์ EM และระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจแก่ผู้ถูกคุมความประพฤติ ส่วนสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศจะทยอยติดอุปกรณ์ EM กับผู้ถูกคุมความประพฤติจนครบตามจำนวนที่ศาลมีคำสั่งใช้อุปกรณ์ดังกล่าว
โดยผู้ถูกคุมประพฤติ มีเงื่อนไขให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ และต้องเข้ารับการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจรจำนวน 4 ครั้ง ในระยะเวลา 1 ปี รวมถึงให้ทำกิจกรรมบริการสังคมและสาธารณะประโยชน์ 24 ชั่วโมง สั่งให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 6 เดือน และห้ามออกจากที่อยู่อาศัยของตนตั้งแต่เวลา 22:00 น. ถึงตี 04:00 น.จำนวน 15 วัน ถ้าหากมีการตรวจพบผู้กระทำความผิดฝ่าฝืนคำสั่งเครื่องติดตามจะเกิดการสั่นสะเทือนและส่ง SMS แจ้งไปยังผู้ควบคุมให้โทรเช็คหรือเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยทันที