วันนี้ (18 ต.ค.2563) นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากการลงพืื้นที่ตรวจสอบอ่างเก็บน้ำหินตะโง่ ต.ลำนางแก้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นงานชลประทานขนาดเล็ก ก่อสร้างโดยโครงการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา แล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2530 จากนั้นได้ถ่ายโอนภารกิจให้กับเทศบาลตำบลลำนางแก้ว เมื่อปี 2546 ต่อมากรมทรัพยากรน้ำ ได้ทำการขุดลอกเพิ่มความจุเป็น 559,840 ลบ.ม. และในปี 2548 ทาง อปท.ได้ทำการปรับปรุงทางระบายน้ำล้น (Spillway) ให้สูงขึ้น 3 เมตร พร้อมกับเสริมความสูงทำนบดิน เพื่อเพิ่มความจุอ่างฯ เป็น 1.2 ล้านลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบความเสียหายแล้ว พบว่าอ่างเก็บน้ำ ได้รับความเสียหายบริเวณทำนบดินฝั่งขวา และทางระบายน้ำล้นของอ่างฯ ทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนหนึ่งไหลออกจากอ่าง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่บ้านลำประโคน บ้านโนนสำโรง ในเขตเทศบาลตำบลลำนางแก้ว
ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปตรวจสอบความเสียหายและหาแนวทางในการซ่อมแซมอ่างฯต่อไปแล้ว สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลล้นออกมาจากอ่างฯนี้ จะไม่ไหลลงไปส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในลำพระเพลิงแต่อย่างใด

สาเหตุน้ำจากอ่างตะโง่ ไม่กระทบตัวเมืองโคราช
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กล่าวว่า เนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ จ.นครราชสีมา อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เมื่อเวลา 17.00 น.อ่างเก็บน้ำหินตะโง่ เกิดชำรุดเนื่องจากมีมวลน้ำไหลล้นข้ามทางระบายน้ำ และกัดเซาะคันดินด้านข้างขาด ทำให้มีน้ำไหลออกจากอ่างเก็บน้ำประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทางอ.ปักธงชัย แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำบริเวณ บ้านลำประโคน บ้านโนนสำโรง เทศบาลตำบลลำนางแก้ว อพยพของขึ้นที่สูง และย้ายกลุ่มเสี่ยงไปที่ปลอดภัยแล้ว
จากการสำรวจพบว่ามีประชาชนริมลำน้ำได้รับผลกระทบ 40 ครัวเรือน และปริมาณน้ำลดลงแล้ว ยังคงเหลือประมาณ 4-5 ครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่ต่ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการสูบน้ำช่วยเหลือประชาชน และหากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมเหตุการณ์จะกลับสู่สภาพปกติภายในพรุ่งนี้ (19 ต.ค.)

ทั้งนี้ มวลน้ำที่ไหลจากอ่างเก็บน้ำหินตะโง่ได้ไหลแผ่ออกไปในพื้นที่ราบก่อนแล้วไหลไปรวมกันที่คลองทราย และไหลลงลำพระเพลิง ที่ต.บ่อปลาทอง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำมูลที่ตำบลท่าลาดขาว อ.โชคชัย โดยปริมาณน้ำนี้ไม่มีผลกระทบต่อระดับน้ำในแม่น้ำมูลที่ผ่านจ.นครราชสีมา
อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูลในปัจจุบัน กอนช. มอบหมายกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โดยปรับลดการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ และจัดจราจรน้ำในแม่น้ำชี-มูล ด้วยการหน่วงน้ำในแม่น้ำชี เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงไปสมทบกับแม่น้ำมูล
โดยปรับลดการระบายน้ำที่เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อย ช่วยให้การระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะจากพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนลำพระเพลิงลงสู่แม่น้ำมูลได้เร็วยิ่งขึ้น พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขงต่อไป นอกจากนี้ ยังได้กำชับหน่วยงานให้เร่งสำรวจอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในพื้นที่ฝนตกหนักเสี่ยงน้ำล้นอ่างเก็บน้ำเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เร่งอพยพ! อ่างเก็บน้ำลำหินตะโง่แตก กระทบ 50 หลังคาเรือน
น้ำเขื่อนลำพระเพลิง ไหลท่วม 12 ตำบล อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
"โคราช" วิกฤตน้ำท่วมต่อเนื่อง-รับมือฝนระลอกใหม่ 17-18 ต.ค.นี้