วันนี้ (18 พ.ย.2563) เพซบุ๊ก "ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช" โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวดงและพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกันวางแผนจับกุมผู้ต้องหาลักลอบขายซากสัตว์ป่าในสื่อสังคมออนไลน์
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ามีการประกาศขายกะโหลกส่วนหัวและเขาเลียงผา ส่วนหัวติดหนังและเขาเลียงผา และหัวกะโหลกของหมีหมาในเพจเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่จึงติดต่อขอซื้อซากสัตว์ป่าทั้ง 3 ซาก ในราคา 10,000 บาท และได้โอนเงินค่ามัดจำนวน 1,000 บาทให้กับผู้ต้องหาอีกคนหนึ่ง โดยนัดหมายรับส่งซากสัตว์ป่าบริเวณปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งใน ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์
เมื่อถึงเวลานัดหมาย ผู้ต้องหาได้นำถุงกระสอบสีขาว-เขียวที่มัดปิดปากกระสอบมิดชิด ภายในมีซากสัตว์ป่าสงวนและซากสัตว์ป่าคุ้มครอง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจยึดและจับกุม เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา
ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
จากการตรวจสอบพบซากสัตว์ป่าสงวนจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชนิดเลียงผา จำนวน 2 ซาก ซึ่งทั้ง 2 ซากมีรอยคล้ายกระสุนปืน นอกจากนี้ยังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชนิดหมีหมา จำนวน 1 ซาก รวมทั้งหมด 3 ซาก
เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวของผู้ต้องหาเป็นการกระทำความผิดฐาน “ล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ต้องระวางโทษจำคุก 3-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 - 1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ความผิดฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าสงวน ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐาน “ร่วมกันค้าซากสัตว์ป่าสงวนและซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ต้องระวางโทษจำคุก 3-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 - 1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดซากสัตว์ป่าสงวนและซากสัตว์คุ้มครองดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินคดี รวมทั้งขอให้พนักงานสอบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาอีกคนหนึ่งมารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนของกลางและอุปกรณ์การกระทำผิด ได้ขออนุมัติพนักงานสอบสวนเก็บรักษาที่ศูนย์พญาเสือ เพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป
ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช