กรณีเพจเฟซบุ๊ก ที่นี่บัวใหญ่ แชร์ภาพเหตุการณ์รถยนต์คันหนึ่งของประชาชนที่จมอยู่ภายในอุโมงค์ทางลอดรถไฟทางคู่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งพบมีระดับน้ำท่วมสูงจนทำให้รถจมน้ำเกือบทั้งคัน ก่อนพลเมืองดีจะเข้าช่วยเหลือคนขับรถออกมาได้ อย่างปลอดภัย คนขับระบุว่าในช่วงเกิดเหตุมีฝนตกหนัก แต่ไม่รู้ว่าอุโมงค์มีน้ำท่วมจึงขับรถลงไป ก่อนรถจะจมน้ำ
วันนี้ (11 ก.ค.2565) นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายศักรินทร์ เสมหิรัญ นายอำเภอบัวใหญ่ ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมเข้าแก้ไขอุโมงค์ลอดทางรถไฟรางคู่หลังเกิดปัญหารถยนต์เข้าอุโมงค์จมน้ำมิดคัน เบื้องต้นด้วยการเบี่ยงทางน้ำเดิมที่ไหลลงอุโมงค์ และเป็นสาเหตุทำให้สูบน้ำออกไม่ทัน
จากการตรวจสอบพบว่าอุโมงค์ทางลอดอยู่ในการดูแลของการรถไฟ โดยหลังเกิดเหตุได้มีการสูบน้ำออกจากอุโมงค์แล้ว โดยระบุว่า สาเหตุที่เกิดน้ำท่วมอุโมงค์ เนื่องจากเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติไม่ทำงานประกอบกับมีฝนตกหนักทำให้ระบายน้ำออกจากอุโมงค์ไม่ทัน
ส่วนเจ้าหน้าที่เทศบาลบัวใหญ่ แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังพายุฝนตกหนักที่จะเกิดในพื้นที่โดยเฉพาะในเขตเมือง และชุมชนที่น้ำอาจจะท่วมขัง และระบายไม่ทันโดยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงเพื่อเร่งระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่

ภาพ :ทีนี่บัวใหญ่
ภาพ :ทีนี่บัวใหญ่
รฟท.แจงเหตุน้ำท่วมอุโมงค์
นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผอ.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงกรณีเกิดเหตุน้ำท่วมขังภายในอุโมงค์ลอดทางรถไฟ บริเวณกม. 347/14 ระหว่างสถานีชุมทางบัวใหญ่-หนองบัวลาย ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ช่วงคืนวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า เนื่องจากฝนตกหนักในคืนที่ผ่านมา และมีน้ำฝนสะสมมากเกินกว่าปกติ ยืนยันอุปกรณ์ที่ใช้ในการระบายน้ำ รวมถึงเครื่องสูบน้ำยังคงสามารถทำงานใช้การได้ดี และเร่งสูบระบายน้ำออกตลอดทั้งคืน
พื้นที่มีฝนตกลงมาต่อเนื่องระยะเวลายาวนาน ต้องใช้เวลาในการสูบน้ำออกจากอุโมงค์ต่อเนื่องจนถึงเวลา 08.00 น. สูบน้ำออกจากอุโมงค์ได้ทั้งหมด และเปิดใช้เส้นทางได้ตามปกติ

ภาพ :ทีนี่บัวใหญ่
ภาพ :ทีนี่บัวใหญ่
ชี้ฝนตกหนักระบายน้ำไม่ทัน-สแกน 60 จุด
นายเอกรัช กล่าวอีกว่า เหตุดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากฝนตกหนักกว่าปกติ โดยระบบระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำภายในอุโมงค์ยังทำงานได้เป็นปกติ ไม่ได้เสียหายหรือชำรุดตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด รวมทั้งป้ายแจ้งเตือนระดับน้ำภายในอุโมงค์ ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้น รฟท.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตาม และเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่เกิดเหตุซ้ำอีก รวมถึงจะลงพื้นที่ตรวจสอบดูแลอุโมงค์ลอดทางรถไฟอื่นๆ ที่มีกว่าอีก 60 แห่งทั่วประเทศ
พร้อมแนะนำให้ประชาชนสังเกตป้ายจราจร สัญญาณไฟเตือนต่างๆ รวมถึงป้ายแจ้งเตือนระดับน้ำภายในอุโมงค์ ซึ่งหากเห็นว่ามีระดับน้ำแจ้งเตือนถึงระดับสีแดง “ห้ามผ่าน” ควรหลีกเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง