พื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง ซึ่งเมื่อ 34 ปีก่อน เส้นทางสายนี้เป็นทางหลวงหมายเลข 4189 เชื่อมต่อ อ.พิปูน กับ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช อดีตถูกใช้เป็นถนนสายยุทธศาสตร์สลายกลุ่มคอมมิวนิสต์ ที่ใช้พื้นที่ย่านนี้เป็นฐานที่มั่น จนในที่สุดฝ่ายความมั่นคงได้เข้าไปปฏิบัติการจนนำไปสู่การสลายพื้นที่สีแดงได้จนสำเร็จ
แต่เมื่อปี 2531 เส้นทางสายนี้ได้เกิดภัยพิบัติจากภาวะน้ำป่า น้ำท่วมดินถล่มจนไม่สามารถใช้การได้ และป่าได้เข้ากลืนพื้นที่ตามวิถีธรรมชาติจนถนนกลายเป็นป่าไปแล้วโดยสมบูรณ์

เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งผู้สื่อข่าว ได้เข้าติดตามเดินป่าใช้เวลา 2 คืน 3 วันเพื่อสำรวจเส้นทางสายนี้ตามหลักวิชาการ หลังจากที่มีความพยายามจากภาคประชาชนและฝ่ายการเมือง เข้าบุกเบิกเส้นทางนี้กลับมาอีกครั้ง เพื่อสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพพันธุ์พืช และความหลากหลายของสัตว์ป่า

ตลอดเส้นทางราว 20 กม. เต็มไปด้วยความหลากหลาย พบร่องรอยช้างป่าจำนวนมากมีทุกช่วงวัย ตั้งแต่ช้างแรกเกิดไปจนถึงจ่าโขลงขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางรอยเท้ามากกว่า50 ซม. มีร่องรอยของการพักโขลงเป็นช่วง ๆ ซึ่งมีลักษณะการใช้พื้นที่ประจำรวมทั้งเส้นทางหากินของสมเสร็จ สัตว์ป่าสงวนที่ใกล้สูญพันธุ์ เก้งหม้อ เลียงผา กวางป่า หมูป่า นกป่ าหายากหลากสายพันธุ์ รวมทั้งไม้ป่าขนาดใหญ่

ส่วนสภาพพื้นถนนเดิมนั้นหลายจุดถูกน้ำป่าตัดขาดหายไปกว่า 200-300 เมตร เป็นช่วง ๆ บางจุดถล่มกลายเป็นเหว ส่วนที่ยังเหลือร่องรอยของผิวแอสฟัลต์เมื่อกว่า 30 ปี ก่อนนั้นปัจจุบันอยู่ในสภาพผุกร่อน หลุดร่อนตามกาลเวลา รวมทั้งมีไม้ใหญ่เจริญเติบโตกลืนเป็นสภาพป่าสมบูรณ์ อีกหลายจุดกลายเป็นห้วยขนาดเล็กและขนาดกลาง ไม่เหลือสภาพของความเป็นถนนอยู่อีกแล้ว

เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่เข้าสำรวจ ระบุว่า การเข้าสำรวจนั้นเพื่อติดตามบันทึกความหลากหลายทางชีวภาพตามหลักวิชาการ ซึ่งพบว่ามีความหลากหลายและสมบูรณ์อย่างมาก สัตว์ป่าขนาดใหญ่โดยเฉพาะช้างมีอยู่เป็นจำนวนมาก
หากมีการเปิดถนนผ่านใจกลางอุทยานนี้อีกครั้ง ยอมรับว่ามีความกังวลถึงความเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อวิถีของสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างที่เป็นโขลงสุดท้ายของผืนป่าในภูมิภาคนี้ รวมทั้งความหลากหลายของสัตว์ป่า ยังไม่รวมถึงผลกระทบระยะยาวที่ไม่สามารถประเมินค่าได้
