ในช่วงที่อากาศหนาวเย็น หรือเมื่ออยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน ๆ หลายคนอาจไม่ทันได้สังเกตถึงผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "เยื่อบุจมูก" ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดการอักเสบจากการสัมผัสกับอากาศเย็นหรือแห้งจัดบ่อย ๆ
โรคเยื่อบุจมูกอักเสบ (Rhinitis) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและอาจสร้างความลำบากต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการหายใจไม่สะดวก น้ำมูกไหล หรือคัดจมูก ซึ่งอาการเหล่านี้จะรบกวนทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอให้รู้สึกไม่สบายตัว หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
สาเหตุ-ปัจจัยเสี่ยง
เยื่อบุจมูกอักเสบเกิดขึ้น เมื่อเยื่อบุที่อยู่ภายในจมูกได้รับการกระตุ้นจากปัจจัยภายนอก ซึ่งอาจเป็นอากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ความแห้งของอากาศ หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นละอองและควัน โดยอาการที่พบได้บ่อยจะมีทั้งน้ำมูกไหล คัดจมูก จาม และมีอาการคันจมูก หากไม่ได้รับการดูแลอาจนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรงได้
จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าโรคเยื่อบุจมูกอักเสบ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศหนาวเย็นและแห้ง และจากการศึกษาของสำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติ พบว่าเยื่อบุจมูกอักเสบเป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากในกลุ่มคนที่ทำงานในออฟฟิศหรือในพื้นที่ที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน
กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงในการเป็นโรคนี้ ได้แก่
- เด็ก เพราะระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังไม่พัฒนาเต็มที่ จึงทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อและเกิดการอักเสบได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศแห้งจากเครื่องปรับอากาศ
- ผู้สูงอายุ มักมีการเสื่อมถอยของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งทำให้ไม่สามารถต้านทานการติดเชื้อหรืออาการอักเสบได้ดีเท่าที่ควร
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หัวใจ หรือมะเร็ง รวมถึงผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเยื่อบุจมูกอักเสบ
- ผู้ที่ทำงานในห้องแอร์นาน ๆ การอยู่ในห้องที่มีอากาศเย็นและแห้งตลอดทั้งวัน เช่น ออฟฟิศที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน อาจทำให้เยื่อบุจมูกเกิดการระคายเคืองและอักเสบได้ง่าย
อาการ-ผลกระทบ "โรคเยื่อบุจมูกอักเสบ"
- น้ำมูกไหล โดยเฉพาะในช่วงเช้า อาจมีลักษณะขาวใสหรือข้น
- คัดจมูก ทำให้หายใจ ลำบาก และอาจรบกวนการนอนหลับ
- จาม เกิดขึ้นบ่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับสารกระตุ้น เช่น อากาศเย็น หรือฝุ่นละออง
- อาการคันที่จมูกหรือคอ ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว
- อาการแสบหรือระคายเคืองในจมูก จากการที่เยื่อบุจมูกแห้งและขาดความชุ่มชื้น
- หากไม่ดูแลรักษาให้ดี อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ไซนัสอักเสบหรือการติดเชื้อที่หู ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการที่รุนแรงมากขึ้น
การรักษาโรคเยื่อบุจมูกอักเสบ
จะขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการที่ปรากฏ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นแนวทางต่าง ๆ ดังนี้
1.การใช้ยา
- ยาลดน้ำมูก ที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการน้ำมูกไหลและคัดจมูก
- ยาพ่นจมูก เพื่อลดการอักเสบของเยื่อบุจมูก
- ยาลดบวม ช่วยลดอาการคัดจมูก
- ยาลดไข้ ในกรณีที่มีไข้ร่วมด้วย
2.การดูแลด้วยวิธีธรรมชาติ
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ช่วยทำความสะอาดและบรรเทาอาการอักเสบได้
- เพิ่มความชื้นในอากาศ โดยใช้เครื่องเพิ่มความชื้น (Humidifier) ในห้องหรือการใช้วิธีธรรมชาติ เช่น การวางถ้วยน้ำไว้ใกล้เครื่องปรับอากาศ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้เยื่อบุจมูกชุ่มชื้นและลดอาการแห้ง
- ใช้ยาสมุนไพร เช่น น้ำผึ้งหรือน้ำขิงเพื่อช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก
3.การรักษาโดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้น
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอากาศเย็นหรือแห้งจากเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน
- ปรับอุณหภูมิในห้องให้เหมาะสม และให้มีการระบายอากาศที่ดี
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ เช่น ฝุ่นละออง หรือสารเคมีที่อาจกระตุ้นอาการ
การป้องกันเยื่อบุจมูกอักเสบ
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานานหรือหากจำเป็นให้ปรับอุณหภูมิให้ไม่ต่ำเกินไป
- ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้องเพื่อช่วยลดความแห้งของอากาศ
- สวมใส่ผ้าปิดจมูกหรือหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกไปในที่อากาศหนาว
- พักผ่อนให้เพียงพอและดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
ที่มา: สำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติ (สธ.), องค์การอนามัยโลก (WHO), โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
อ่านข่าวอื่น :
รู้สิทธิ รู้หน้าที่ ง่ายนิดเดียว ข้อควรรู้ก่อนเลือกตั้ง อบจ. 2568
ศาลฯตัดสินจำคุก "ส.ต.ท." 16 เดือน ไม่รอลงอาญา คดี สุนัข "เตี้ย มช."
"บ้านเพื่อคนไทย" ใครมีสิทธิบ้าง เช็กขั้นตอนลงทะเบียน-จองสิทธิ