ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"รอมฎอน" เดือนแห่งศรัทธา มุสลิมทั่วโลกร่วมละหมาด-ทำความดี

สังคม
26 ก.พ. 68
14:21
1,115
Logo Thai PBS
"รอมฎอน" เดือนแห่งศรัทธา มุสลิมทั่วโลกร่วมละหมาด-ทำความดี
อ่านให้ฟัง
08:50อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
28 ก.พ.2568 เดือนศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามทั่วโลกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ชาวมุสลิมทั่วโลกร่วมปฏิบัติศาสนกิจเคร่งครัด แพทย์แนะเลือกอาหารมีประโยชน์ หลีกเลี่ยงของมัน เค็ม หวานจัด พร้อมปรับตัวยาให้เหมาะสมสำหรับผู้มีโรคประจำตัว

ความสำคัญของ "เดือนรอมฎอน"

เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลามและเป็นเดือนที่สำคัญที่สุดของศาสนาอิสลาม ถือเป็นช่วงเวลาที่ชาวมุสลิมทั่วโลกปฏิบัติศาสนกิจด้วยความเคร่งครัดมากขึ้น โดยเฉพาะการถือศีลอด ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักปฏิบัติ 5 ประการของอิสลาม นอกจากจะเป็นการงดเว้นจากอาหารและน้ำแล้ว ยังรวมถึงการละเว้นพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น การพูดจาหยาบคายหรือการกระทำที่ผิดศีลธรรม

ทั้งชาวไทยมุสลิมและชาวมุสลิมทั่วโลก ถือว่าเดือนรอมฎอนเป็นช่วงเวลาแห่งการฝึกฝนตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงเป็นโอกาสในการทำความดีและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า (อัลเลาะห์) อีกทั้งยังเชื่อว่าเป็นเดือนที่คัมภีร์อัลกุรอานถูกประทานลงมาเพื่อเป็นแนวทางแห่งชีวิต จึงเป็นช่วงเวลาของการศึกษาและไตร่ตรองคำสอนทางศาสนาอย่างลึกซึ้ง

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

สำหรับปี 2568 นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ได้ประกาศกำหนดให้วันที่ 1 เดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1446 ให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ในวันศุกร์ที่ 28 ก.พ.2568 เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า

หากในวันและเวลาดังกล่าวมีผู้เห็นดวงจันทร์ โปรดแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เพื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะได้ตรวจสอบและรายงานผลการดูดวงจันทร์ดังกล่าวมายังจุฬาราชมนตรี เพื่อออกประกาศแจ้งให้พี่น้องมุสลิมได้ทราบโดยทั่วกันต่อไป

ที่มา : สำนักจุฬาราชมนตรี

ที่มา : สำนักจุฬาราชมนตรี

ที่มา : สำนักจุฬาราชมนตรี

มุสลิมควรปฏิบัติตนอย่างไรใน "เดือนรอมฎอน"

ในช่วงรอมฎอน ชาวมุสลิมจะถือศีลอดตั้งแต่ก่อนรุ่งอรุณ (ซูฮูร์) จนถึงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกดิน (อิฟตาร์) โดยไม่รับประทานอาหาร น้ำ หรือสิ่งใด ๆ เข้าร่างกายในช่วงเวลาดังกล่าว การถือศีลอดไม่เพียงเป็นการฝึกความอดทนและมีวินัย แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความเคารพต่อพระเจ้าและเป็นโอกาสในการขัดเกลาจิตใจ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ เช่น การละหมาดพิเศษ (ตะรอเวียะห์) และการบริจาคทาน (ซะกาต) เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ไม่สามารถถือศีลอดได้ เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หญิงที่มีประจำเดือน หรือผู้ป่วย ซึ่งศาสนาอิสลามเปิดโอกาสให้บุคคลเหล่านี้สามารถชดเชยการถือศีลอดในภายหลัง หรือทำการบริจาคอาหารให้แก่ผู้ยากไร้แทน เช่น 

  • หญิงตั้งครรภ์

หากแพทย์หรือบุคคลที่มีความรู้ทางศาสนา เห็นว่าการถือศีลอดอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของแม่หรือลูกในครรภ์ หญิงตั้งครรภ์สามารถงดเว้นการถือศีลอดได้ และสามารถชดเชยด้วยการถือศีลอดภายหลังคลอด หรือหากไม่สามารถถือศีลอดได้เลย ก็สามารถทำการบริจาคอาหารแก่ผู้ยากไร้แทน นอกจากนี้ หญิงตั้งครรภ์บางคนที่มีสุขภาพแข็งแรงอาจเลือกถือศีลอดโดยปรึกษาแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

  • ผู้สูงอายุ

หากมีสภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการถือศีลอด เช่น มีโรคประจำตัวหรือร่างกายอ่อนแอ ศาสนาอนุญาตให้ละเว้นได้และสามารถทำการบริจาคอาหารแทน อย่างไรก็ตาม หากผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรงและสามารถถือศีลอดได้โดยไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ พวกเขาก็สามารถปฏิบัติศีลอดได้ตามปกติ ทั้งนี้การดูแลสุขภาพและการได้รับสารอาหารที่เพียงพอในช่วงเวลาที่อนุญาตให้รับประทานอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่ถือศีลอด

  • เด็กเล็ก

การฝึกให้เด็กมุสลิมเริ่มถือศีลอด ควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรบังคับ แต่ให้เด็กเรียนรู้ด้วยความเต็มใจ พ่อแม่สามารถเริ่มจากการให้ลูกงดอาหารและน้ำในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อน เช่น ครึ่งวัน หรือเลือกงดมื้อใดมื้อหนึ่ง แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาให้เหมาะสมตามวัย นอกจากนี้ ควรให้เด็กเข้าใจความหมายของการถือศีลอด ว่ามิใช่เพียงการงดอาหารและน้ำ แต่ยังรวมถึงการควบคุมพฤติกรรมและฝึกจิตใจให้มีวินัย

แนวทางการรับประทานอาหารระหว่างเดือนรอมฎอน

เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารที่เหมาะสมในช่วงถือศีลอด ควรเริ่มมื้ออาหารด้วยของเหลวย่อยง่าย เช่น น้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือผลไม้ก่อน เพื่อช่วยให้กระเพาะอาหารปรับตัว ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก เพราะอาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักขึ้น

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด เพราะอาจทำให้กระหายน้ำระหว่างวันได้ อาหารมื้อเย็นหรือมื้ออิฟตาร์ ควรรับประทานในปริมาณพอเหมาะ ไม่เร่งรีบจนเกินไปเพื่อลดอาการท้องอืดและกรดไหลย้อน อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร โดยควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายมีเวลาย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดูแลสุขอนามัยก็เป็นสิ่งสำคัญในช่วงเดือนรอมฎอน ที่ร่างกายอาจอ่อนแอลงเนื่องจากการอดอาหาร ควรเลือกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ และปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เช่น กินร้อน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือเป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเดินอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน เช่น อาหารดิบ อาหารที่ปรุงค้างคืน และน้ำแข็งที่ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ การรักษาความสะอาดไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วย แต่ยังช่วยให้สามารถถือศีลอดได้อย่างมีสุขภาพดีตลอดเดือนรอมฎอน

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

อ่านข่าว : "อินทผลัม" ผลไม้มหัศจรรย์แห่ง "เดือนรอมฎอน"

การปรับยาสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนถือศีลอด เนื่องจากอาจต้องปรับเวลาและขนาดของยาให้สอดคล้องกับช่วงเวลาการรับประทานอาหาร

โดยทั่วไป ยาที่ต้องรับประทานวันละ 1-2 ครั้ง สามารถปรับให้รับประทานในช่วงซูฮูร์ (ก่อนรุ่งอรุณ) และอิฟตาร์ (หลังพระอาทิตย์ตก) ได้ แต่ยาที่ต้องรับประทานวันละ 3 ครั้ง อาจต้องมีการพิจารณาเป็นกรณีไป หากเป็นยารักษาอาการทั่วไป อาจงดมื้อเที่ยงได้ แต่ถ้าเป็นยาสำคัญ เช่น ยาควบคุมโรคเรื้อรัง ไม่ควรงดเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ สำหรับยาประเภทอื่น เช่น ยาหยอดตา ยาหยอดหู หรือยาทาภายนอก ยังคงใช้ได้ตามปกติในช่วงรอมฎอน

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

เรียนรู้อยู่ร่วมกับ "ชาวมุสลิม" ในเดือนรอมฎอน

สำหรับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม ควรให้ความเคารพต่อชาวมุสลิมที่กำลังถือศีลอด เช่น หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำต่อหน้าชาวมุสลิมในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีชาวมุสลิมอยู่จำนวนมาก เช่น ในที่ทำงานหรือโรงเรียน นอกจากนี้ควรระมัดระวังเรื่องการพูดคุยเกี่ยวกับอาหารหรือเครื่องดื่มที่อาจกระทบจิตใจผู้ถือศีลอด

อีกทั้งการร่วมแสดงความยินดีเมื่อถึงวันอีฎิ้ลฟิตริ (วันสิ้นสุดเดือนรอมฎอน) ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้เพื่อแสดงน้ำใจและความเคารพต่อเพื่อนร่วมสังคม นอกจากนี้ การเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีและข้อปฏิบัติของชาวมุสลิมจะช่วยให้เกิดความเข้าใจและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมากขึ้น

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

อ่านข่าวอื่น :

มท.เยียวยาผู้เสียชีวิตรถบัสคว่ำเขาศาลปู่โทน คนละ 5 แสนบาท

ไขปม "เขาโทน" อุบัติเหตุหมู่ 12 โค้งมรณะสาย 304

ข่าวที่เกี่ยวข้อง