การวิดีโอลิงค์และโฟนอินจากจีนถึงเวที นปช.ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯไม่ได้มีเจตนาที่จะร่วมรำลึก 2 ปีของการชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น เพราะสัญญาณที่จับได้จากถ้อยคำปราศรัยมีมากกว่านั้น แต่ทุกประเด็นเกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่ม นปช. พรรคเพื่อไทย และ ครม.นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ภาพรวมนั้นมีหลายถ้อยทำทีเดียวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดออกมาและจับสัญญาณได้ว่า พรรคเพื่อไทย กับกลุ่ม นปช. และ กับรัฐบาล กำลังเกิดความไม่เข้าใจกัน แบบเห็นต่างกัน และอาจถึงขั้นขัดแย้งกันรุนแรง เพราะสาระสำคัญ คือ การย้ำให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันและเดินหน้าสู่ความปรองดองแทนการโจมตีฝ่ายตรงข้ามเหมือนในอดีต แถมยังทิ้งท้ายให้เห็นว่า ปรองดองฯที่จะตัดสินว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้กลับไทยหรือไม่
การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดถึงอุปสรรคในอดีตที่ต้องเผชิญเสมือนพยายามย้ำว่า ยังคงเป็นเนื้อเดียวกันกับกลุ่ม นปช. ซึ่งระบุว่า ตัวเองนั้นไม่ต่างกัน นปช. และการระบุว่า เป็นคนรู้กตัญญูและไม่หลีกเหลี่ยงที่จะตอบแทนบุญคุณ เป็นการย้ำชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ไม่ลืมกลุ่ม นปช. และไม่ลืมที่จะต่างตอบแทน
แต่ในการกล่าวด้วยความประนีประนอมนั้นยังมีคำชี้แจงให้กลุ่ม นปช. ได้รับรู้ถึงหน้าที่การบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยนายกฯยิ่งลักษณ์ที่จำเป็นต้องมองไปที่อนาคตของประเทศ และด้วยประเด็นนี้เหมือนจะย้ำว่า ตอนนี้ทุกคนต้องเสียสละ โดยเฉพาะกลุ่ม นปช.
นัยของการพูดมีด้วยกัน 2 ประเด็นหลัก คือ สัมพันธภาพภายในพลพรรคของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ อีกประเด็น คือ การย้ำในเป้าหมาย คือ การผลักดันร่างกฎหมายปรองดอง
ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ ร่างกฎหมายปรองดอง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณย้ำให้ทุกคนเดินหน้าเพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมายดังนั้นเป็นไปได้ว่า ก่อนปิดประชุมรัฐสภาสมัยนิติบัญญัตินั้น พ.ต.ท.ทักษิณ มีเจตนาให้ทั้งพรรคเพื่อไทย,กลุ่ม นปช. และ ครม.หรือทั้ง 3ส่วนที่กี่ยวข้องได้ร่วมกันผลักดันร่างพ.ร.บ.การสร้างความปรองดอง โดยอ้างอิงว่า แก้รัฐธรรมนูญนั้นเดินมาครึ่งทางแล้วนะ และทันทีนั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า ยกร่างกฎหมายเสร็จแล้ว ยังคงเหลือแต่ขั้นตอนการยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ออกมาย้ำถึงหลักการว่า หากร่างกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่สนับสนุนและเดินหน้าคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้ นอกจาก ผู้นำฝ่ายค้าน เชื่อว่า การปราศรัยทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณผ่านเวที นปช.จะเป็นเพียงการรองรับเป้าหมายของตัวเองแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณให้พลพรรคเดินหน้าลบล้างความผิดของตัวเองอีกด้วย ดังนั้นการร่างกฎหมายมีเนื้อหาเอื้อประโยชน์ในทางคดีให้ พ.ต.ท.ทักษิณพ้นจากความผิด จำเป็นต้องเดินหน้าคัดค้าน เพราะส่วนตัวเชื่อว่า ปรองดอง คือ การตรวจสอบและค้นหาความจริงเป็นหลัก
ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองไม่ว่าจะของพรรคเพื่อไทย, ของกลุ่มนปช. หรือ ของรัฐบาล ต้องเดินหน้าไปตามกลไกของระบบที่ถูกวางไว้ หลังผู้นำส่งสัญญาณมาแล้ว แต่สัมพันธภาพความปรองดอง ต้องพิสูจน์จากทุกบริบท โดยเฉพาะการตัดสินใจ ปรับ ครม.ยิ่งลักณ์ ในเดือน 2 เดือนนี้ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย และ กลุ่ม นปช. จะยังคงเดินคู่ขนานทางการเมืองกันอีกหรือไม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง: