โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ขายฝันยุติสงครามในยูเครนมานานตั้งแต่ก่อนชนะเลือกตั้ง แต่ดูแล้วความคืบหน้าอาจจะยังไม่ได้ไปไกลเท่าที่คิด แม้ว่าสัปดาห์ที่แล้วจะต่อสายตรงคุยกับทั้งผู้นำรัสเซียและยูเครนแล้วก็ตาม มาถึงวันนี้ (24 มี.ค. 68) ที่ผู้แทนสหรัฐฯ จะหารือกับผู้แทนรัสเซียที่ซาอุดิอาระเบีย มีสัญญาณว่าจุดจบของสงครามจะมาถึงได้ง่ายอย่างที่ทรัมป์หวังหรือไม่
ท่ามกลางการจับตามองการประชุมที่นครเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย ยูเครนกำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอย่างหนัก ในภูมิภาคคูร์สก์ ทางภาคตะวันตกของรัสเซีย ซึ่งเป็นทางผ่านของท่อส่งก๊าซธรรมชาติสำคัญอีกแห่งหนึ่งของรัสเซีย ทำให้ทหารหน่วยรบพิเศษรัสเซีย สามารถแทรกซึมผ่านท่อส่งก๊าซระยะทางหลายไมล์ได้
เจ้าหน้าที่หน่วยรับมือเหตุฉุกเฉินยูเครนเข้าฉีดน้ำดับเพลิงและควบคุมสถานการณ์ภายในเมืองแห่งหนึ่งในภูมิภาคโดเนตสค์ ทางตะวันออกของประเทศ หลังพื้นที่ดังกล่าวตกเป็นเป้าโจมตีทางอากาศด้วยโดรน ขีปนาวุธและจรวดหลายลูกของรัสเซีย กระทรวงมหาดไทยยูเครน เปิดเผยว่า การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 11 คน และบาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 30 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วย 5 คน
นับตั้งแต่การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และรัสเซียที่ซาอุดีอาระเบีย ดูเหมือนว่าความขัดแย้งระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำยูเครนจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโจมตีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล โดยเรียกเซเลนสกีว่า ผู้นำเผด็จการที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และเซเลนสกีควรจะรีบดำเนินการเพื่อรักษาสันติภาพ (Move Fast) ไม่เช่นนั้นจะไม่มีประเทศเหลืออยู่
ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเดินเครื่องเต็มกำลังเพื่อเร่งจบสงครามครั้งใหญ่ในยุโรปให้ได้ อีกเพียง 1 สัปดาห์ สงครามรัสเซีย-ยูเครนก็จะมีอายุครบ 3 ปี หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า ได้ต่อสายพูดคุยกับวลาดิเมียร์ ปูติน และต่อสายหาผู้นำยูเครน เพื่อเริ่มเปิดการเจรจาสันติภาพ
สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อมาใกล้ครบปีที่ 3 มีความเคลื่อนไหวใหม่ เมื่อยูเครนอ้างว่าจับกุมทหารเกาหลีเหนือที่ร่วมรบกับรัสเซียได้ในภูมิภาคคูสก์ ด้านรัสเซียไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการนำทหารเกาหลีเหนือมาเสริมทัพในแถบนี้ที่ถูกยูเครนบุกยึดมาแล้วร่วม 6 เดือน ครั้งนี้อาจจะเป็นหลักฐานที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด ซึ่งผู้นำยูเครนใช้โอกาสนี้เสนอแลกตัวเชลยศึกชาวยูเครน
ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์การสู้รบในสมรภูมิรัสเซีย-ยูเครน ยกระดับความตึงเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเจน นับตั้งแต่ผู้นำสหรัฐฯ ไฟเขียวให้ยูเครนยิงขีปนาวุธโจมตีลึกเข้าไปในรัสเซียได้ ที่ต้องจับตามองอีกหนึ่งอย่าง คือ การทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่ของรัสเซียในยูเครน ซึ่งนี่ยิ่งโหมกระพือความกังวลไปทั่วยุโรป
ล่าสุดมีรายงานว่า ยูเครนยิงขีปนาวุธพิสัยไกล ATACMS เข้าไปในพื้นที่ของรัสเซียเป็นครั้งแรก ในเขตพื้นที่เบรียนสค์ ซึ่งฝั่งรัสเซียอ้างว่าสามารถสกัดไว้ได้ 5-6 ลูก โดยไม่เกิดความเสียหายในพื้นที่ และประกาศพร้อมตอบโต้หากยูเครนใช้ขีปนาวุธสหรัฐฯ โจมตีดินแดนรัสเซีย
สงครามรัสเซีย-ยูเครนมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น หลัง "ไบเดน" ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมไฟเขียวให้ใช้อาวุธพิสัยไกลโจมตีรัสเซีย ตามคำร้องขอของผู้นำยูเครนตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ด้านสมาชิกรัฐสภารัสเซีย ออกมาตอบโต้ข่าวการไฟเขียวให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธของไบเดน โดยระบุว่า ชาติตะวันตกกำลังทำให้ความขัดแย้งยกระดับเพิ่มขึ้น จนอาจส่งผลให้สถานะความเป็นรัฐของยูเครนถึงจุดจบได้
วันนี้ (18 พ.ย. 67) เป็นวันที่ 999 ของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก่อนที่จะมีอายุครบ 1,000 วัน ในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ย.) เมื่อมองไปที่สมรภูมิล่าสุด จะเห็นได้ว่ากองทัพรัสเซียดูจะได้เปรียบอยู่หลายขุม ขณะที่ ชัยชนะของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ในศึกเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ กำลังทำให้โลกจับตามองถึงโอกาสยุติสงครามครั้งใหญ่ในยุโรป
ท่ามกลางการเผชิญหน้าในสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการตอบโต้กับชาติตะวันตก รัสเซียก็กำลังถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการส่งสายลับเพื่อสืบข้อมูล โดยแฝงตัวในรูปแบบของพลเรือนประกอบอาชีพปกติ จากเดิมที่มาฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเรื่องนี้มีการวิเคราะห์จากการแลกเปลี่ยนนักโทษครั้งใหญ่เมื่อเดือนที่แล้ว