ตลอดช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ “ยุนซอกยอล” ประกาศกฎอัยการศึก การเมืองเกาหลีใต้ก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายโกลาหล จนแทบจะเรียกได้ว่าไร้เสถียรภาพ ขณะที่ คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้รับรองมติถอดถอน ทำให้ยุนต้องหลุดออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ทันที และต้องมีการจัดการเลือกตั้งขึ้นภายใน 60 วันนับจากนี้
เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำผ้าคลุมไฟมาห่อหุ้มพระพุทธรูปในวัด Gounsa ซึ่งเป็นวัดโบราณเก่าแก่อายุมากกว่า 1,000 ปี และทยอยนำวัสดุที่อาจติดไฟได้ง่ายออกจากเขตวัดเพื่อป้องกันไฟป่าลุกลาม ก่อนที่ในไม่กี่ชั่วโมงต่อมาจะมีรายงานว่าไฟป่าลุกลามเผาผลาญสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่บางส่วนของวัดไปแล้ว
เกิดเหตุสะพานถล่มบริเวณไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ ขณะที่กำลังมีการก่อสร้างสะพานทางด่วนสายโซล-เซจง จนทับคนงานไปถึง 10 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 4 คน ที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถึงสาหัส ขณะที่ทางบริษัทก่อสร้าง ระบุว่า พร้อมร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ของเกาหลีใต้ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่ยอมให้ปากคำใดๆ กับเจ้าหน้าที่สืบสวน ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุน ซึ่งไม่พอใจที่ยุนถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุมตัวคาบ้านพัก ยังคงปักหลักประท้วง โดยผู้นำเกาหลีใต้ระบุว่าที่ยอมให้ถูกจับกุมตัวก็เพื่อหลีกเลี่ยง เหตุนองเลือดที่อาจจะเกิดขึ้น
ผ่านมา 1 เดือนกว่าแล้ว หลังจากการประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดี “ยุน ซอก-ยอล” ความตึงเครียดไม่ได้ถูกบรรเทาเบาบางลง และยังเต็มไปด้วยการเผชิญหน้า ทั้งประชาชนที่สนับสนุนและต่อต้าน กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องจับกุมตัวยุนตามหมายศาล ก็ยังเผชิญหน้ากับทีมอารักขาประธานาธิบดีเกาหลีใต้ (PSS) จนต้องล่าถอยไป ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก สุดท้ายจะเป็นยุนที่ยอมสั่งการให้ทีมอารักขาเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม หรือรอมติศาลรัฐธรรมนูญ เปิดการไต่สวนมติถอดถอนอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ซึ่งกระบวนการนี้อาจใช้เวลานานหลายเดือน ก็ต้องติดตามกันต่อไป
ชุดหุ่นยนต์ WalkON Suit F1 หรือชุดโครงกระดูกภายนอก แบบ Exoskeleton ฝีมือการพัฒนาของสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งเกาหลี (KAIST) ช่วยให้ผู้ใช้ที่เป็นอัมพาตท่อนล่าง สามารถเดิน หลบหลีกสิ่งกีดขวาง และขึ้นบันไดได้แล้ว ตัวชุดยังขยับเข้าไปหาคนได้เอง แม้กระทั่งตอนที่นั่งรถเข็น และยังล็อกตัวเองเข้ากับผู้ใช้ได้ด้วย
วันนี้ (1 ม.ค. 68) เกาหลีใต้เตรียมส่งเครื่องบันทึกข้อมูลการบิน ซึ่งเป็น 1 ใน 2 กล่องดำ ไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อทำการวิเคราะห์ร่วมกับคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หลังจากเครื่องดังกล่าว เสียหายจนทำให้ไม่สามารถกู้ข้อมูลได้เองในประเทศ ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถกู้ข้อมูลเบื้องต้นจากเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินได้แล้ว และเตรียมแปลงข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อความเสียง ที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถรับทราบข้อมูลการสนทนาภายในห้องนักบินช่วงก่อนเกิดเหตุได้ ซึ่งข้อมูลนี้จำเป็นต่อการสืบสวนหาสาเหตุของเครื่องบินตก
ทีมสอบสวนจากสหรัฐฯ และโบอิง บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินโดยสารลำที่ประสบอุบัติเหตุไถลหลุดรันเวย์ เดินทางลงจุดที่เกิดเหตุ เพื่อร่วมตรวจสอบซากเครื่องบินกับทีมสอบสวนของเกาหลีใต้ ขณะที่ประธานาธิบดีรักษาการและชาวเกาหลีใต้ร่วมไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในช่วงเช้าวันนี้(31ธ.ค.67) เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมสอบสวนยังคงปักหลักอยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุภายในสนามบินมูอัน เพื่อเร่งตรวจสอบซากเครื่องบินและรวบรวมหลักฐานทั้งหมด หาเบาะแสที่อาจบ่งชี้ถึงสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้
เจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้ “เครื่องบินเชจู แอร์” เที่ยวบิน 7C 2216 ตกที่สนามบินนานาชาติมูอัน เกาหลีใต้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจุดประเด็นให้ทั่วโลกหันมาสนใจปัญหาเรื่อง “เครื่องบินชนนก” กันมากขึ้น เพราะจากสถิติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่า มีอัตราการเกิดเหตุเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก