ผู้ซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมเป็นต้นไป จะถูกนำเงื่อนไขการร่วมจ่าย หรือ Co-payment มาบังคับใช้ วันนี้ (6 ก.พ. 68) นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ยืนยันว่า จะไม่มีผลกับประกันสุขภาพที่ซื้อก่อนหน้านี้ ส่วนการต่ออายุกรมธรรม์ หากมีการเคลมจนเข้าเงื่อนไขที่ต้องร่วมจ่าย ผู้เอาประกันยังไม่ต้องร่วมจ่ายในทันที แต่จะถูกเก็บประวัติไว้ และจะมีผลให้จะต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลในปีถัดไป และหากปีถัดไป ผู้เอาประกันมีการเคลม แต่ไม่เข้าเงื่อนไข Co-payment ก็จะกลับไปใช้เงื่อนไขประกันปกติ โดยไม่ต้องร่วมจ่าย
เดือนมีนาคมนี้ ประชาชนที่ซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพ จะถูกกำหนดเงื่อนไข ให้ต้องร่วมจ่าย หรือ Co-payment หวังแก้ปัญหาการเคลมเกินจำเป็น โดยเฉพาะในกลุ่มโรคไม่รุนแรง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประกัน มองว่า อาจกระทบกับกลุ่มผุ้สูงอายุที่ทำประกันมาอย่างต่อเนื่อง และภาระค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม จากการต้องร่วมจ่าย
เดือน มี.ค. 68 ประชาชนที่ซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพ จะถูกกำหนดเงื่อนไขให้ต้องร่วมจ่าย หรือ Co-payment ซึ่งหวังแก้ปัญหาการเคลมเกินจำเป็น โดยเฉพาะในกลุ่มโรคไม่รุนแรง ได้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกัน กังวลว่าอาจกระทบกับกลุ่มผู้สูงอายุที่ทำประกันมาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเจ็บป่วยเมื่ออายุมากขึ้น อาจมีภาระค่ารักษาพยาบาลเพิ่มจากการต้องร่วมจ่าย เงื่อนไขของประกันร่วมจ่าย มีการกำหนดไว้ 2 กรณี คือ 1.ผู้เอาประกันภัย มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือเคลมประกันตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ด้วยกลุ่มโรคป่วยเล็กน้อยทั่วไป และมีอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในรอบปีกรมธรรม์ประกันภัยตั้งแต่ 200% ต้องร่วมจ่าย 30% ของค่ารักษาพยาบาลในปีถัดไป 2.ผู้เอาประกันภัย เคลมประกันในกลุ่มโรคทั่วไป 3 ครั้งขึ้นไป มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่ 400% ของกรมธรรม์ ต้องร่วมจ่าย 30% ของค่ารักษาพยาบาลในปีถัดไป