ในพื้นที่ต.บ่อโพง คลองสะแก และต.ปากจั่น อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ตลอดระยะทางหลายกิโลเมตร เต็มไปด้วยฝุ่นจากรถบรรทุกถ่านหิน เข้า-ออก โรงงานวันละหลายร้อยเที่ยว ซึ่งเป็นปัญหาที่ชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข ส่งผลให้เด็กและคนชราหลายคน มีอาการผื่นคันขึ้นตามร่างกาย โดยเฉพาะนิ้วมือ นิ้วเท้า และลำตัว ซึ่งพวกเขาเชื่อว่า เกิดจากฝุ่นที่ฟุ้งกระจายมาจากรถบรรทุก และถ่านที่ตกบริเวณถนน รวมทั้งร่างกายสัมผัสกับฝุ่นมาเป็นเวลานานเกือบ 10 ปี เช่นเดียวกับ พื้นที่ตลาดบ่อโพง แม้เป็นถนนลาดยางแต่ปริมาณรถบรรทุกที่วิ่งตลอดทั้งวัน ทำให้ผู้ที่ประกอบอาชีพริมถนน เช่น พ่อค้า แม่ค้า ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นปัญหานี้เช่นกัน
ทีมข่าวไทยพีบีเอส ได้เดินทางสำรวจพื้นที่ต.บ่อโพง คลองสะแก และต.ปากจั่น อ.นครหลวง พบว่า สภาพพื้นที่ตลอดสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก เต็มไปด้วยโรงงาน และท่าขนส่งถ่านหิน จำนวนมาก
ล่าสุด นายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรมจ.พระนครศรีอยุธยา ระบุว่า ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ พร้อมทั้งเรียกผู้ประกอบการขนส่งถ่านหินกว่า 30 แห่ง ในพื้นที่ 3 ตำบล ของอ.นครหลวง โดยเฉพาะการตรวจสอบ การขยายพื้นที่ลักลอบจัดเก็บและขนส่งถ่านหินโดยไม่ขออนุญาต หากตรวจสอบพบจะเอาผิดตามกฎหมาย ตั้งแต่สั่งให้ปรับปรุงจนถึงโทษให้ปิดกิจการชั่วคราว
อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้ ยังไม่รวมผลกระทบทางด้านเสียง ถนนในชุมชนพังเสียหายจากรถบรรทุก รวมทั้งปัญหาเรือบรรทุกถ่านหินขนาดใหญ่แล่นกีดขวางทางน้ำในแม่น้ำป่าสัก และการลักลอบใช้รถแบ็คโฮขุดตักดินริมตลิ่งเพื่อให้เรือขนสินค้าและถ่านหินเข้าจอด ซึ่งเกือบทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ชาวบ้านบอกว่า ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง