วันนี้ (28 ก.ค. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์แอมเนสตี้ ประเทศไทย www.amnesty.or.th เผยแพร่เนื้อหาบางส่วนบางตอนของ จดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ส่งถึงนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งแสดงความกังวลต่อการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนช่วงก่อนลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.ที่จะถึงนี้
นายซาลิล เช็ตตี้ เลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุในจดหมายว่า มาตรการต่างๆ ที่ทหารอ้างว่าเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองนั้น เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ไม่สามารถยอมรับได้ โดยเฉพาะการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก การสมาคม และการชุมนุม ซึ่งล้วนแต่เป็นสิทธิที่ประเทศไทยมีต้องเคารพและคุ้มครองตามพันธกรณีระหว่างประเทศ
นายซาลิล ยังเรียกร้องให้นายกฯ ของไทย รับประกันว่าประชาชนจะสามารถใช้สิทธิของตนได้อย่างสงบและเสรี สามารถรับและเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างเสรี สามารถเข้าร่วมการอภิปรายสาธารณะและการรณรงค์ที่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญ และสามารถแสดงความเห็นที่ขัดแย้งกับรัฐบาลได้โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะถูกคุกคาม จับกุม หรือดำเนินคดี
นอกจากนี้ ขอให้ทางการไทยยกเลิกการดำเนิคดีต่อประชาชน และนักข่าวอย่างน้อย 113 คน ที่ถูกจับเพียงเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรม หรือการรณรงค์เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น
ขณะเดียวกัน แอมเนสตี้ได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับ การจำกัดสิทธิเสรีภาพในประเทศไทยช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ซึ่งครอบคลุมข้อมูลเกี่ยวกับประกาศคำสั่ง และกฎหมายที่จำกัดสิทธิ การจับกุม การควบคุมตัว การดำเนินคดี การขัดขวางการอภิปรายสาธารณะและการตรวจสอบการออกเสียงประชามติ และพันธกรณีของไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ขอเรียกร้องรัฐบาลไทยดำเนินการแก้ไขตามข้อกังวลที่มีมาอย่างยาวนาน และได้กล่าวถึงในรายงานที่แนบมานี้ และประกันให้มีการจัดการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในบรรยากาศที่ช่วยให้บุคคลทุกคน สามารถใช้สิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกการชุมนุมอย่างสงบและการสมาคม

