เกือบ 40 ปี ที่ยายจิรา ศรีเจริญ ใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนโค้งรถไฟยมราช ไม่ไกลจากทำเนียบรัฐบาล โดยยึดอาชีพขายพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดง แต่การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้เธอไม่สามารถหารายได้มาเลี้ยงตัวเอง และหลานๆ ทั้่ง 3 คนได้เหมือนเดิม สภาพอดกินมื้อ จึงกลายเป็นเรื่องที่เธอและหลานต้องเผชิญ
รายได้ที่ลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ รายจ่ายที่เพิ่มขึ้น และการเลื่อนเปิดเทอมออกไปอีกนาน ทำให้จิรา ศรีเจริญกังวลกับอนาคตของหลานชาย 2 คน ที่กำลังมีเรียนอยู่ชั้นประถม และหลานสาวอีกคนที่กำลังเลื่อนชั้นจากอนุบาล เข้า ป.1

ศ.สมพงษ์ จิตระดับ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเป็นห่วงผลกระทบจาก COVID-19 ต่อกลุ่มเด็กยากจน เพราะการปิดเทอมที่ยาวกว่าปกติถึง 45 วัน จะส่งผลต่อภาวะโภชนาการ การถดถอยของทักษะการเรียนรู้ ความเครียดจากภาวะครอบครัวขาดรายได้ และความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดออกจากระบบการศึกษา มีมากถึงร้อยละ 5-10 เพราะการเปิดเทอมแต่ละครั้ง ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 2,000 - 3,000 บาท
ศ.สมพงษ์ เสนอให้ กระทรวงศึกษาธิการทำงานเชิงรุก มองปัญหาการศึกษาในสถานการณ์ COVID-19 ให้รอบด้าน และถอดบทเรียนจากการทำงานของ อสม.โดยให้ครูลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนยากจนเพื่อดูแลความเดือดร้อน และลดปัจจัยความเสี่ยงที่จะทำให้พวกเขาหลุดออกจากระบบการศึกษา