วันนี้ (22 พ.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มัสยิดใน จ.ยะลา รวม 226 มัสยิด เตรียมเปิดให้มีการละหมาดวันศุกร์พร้อมกันเช่นเดียวมัสยิดเกือบทั้งหมดใน จ.นราธิวาส เเละมัสยิดกว่า 700 เเห่งใน จ.ปัตตานี หลังสำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศปลดล็อคให้มีการละหมาดวันศุกร์ได้ รวมถึงการจัดการละหมาดรวมหรือละหมาดใหญ่ในวันสิ้นสุดเดือนถือศีลอด หรือ ฮารีรายอ
ในช่วงเย็นชาวมุสลิมจะร่วมกันดูดวงจันทร์ เพื่อกำหนดวันในการสิ้นสุดเดือนถือศีลอด โดยหากมีผู้พบเห็นดวงจันทร์ก็จะถือว่าวันพรุ่งนี้ (23 พ.ค.) เป็นฮารีรายอ หากไม่พบเห็นก็ให้ถือวันถัดไปเป็นฮารีรายอ

มัสยิดกลางชุมชนใน อ.ยะหา จ.ยะลา เตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้มีการละหมาดวันศุกร์ครั้งเเรก หลังต้องปิดทำกิจกรรมทางศาสนามานานกว่า 2 เดือน เพราะการระบาดของไวรัส COVID-19 โดยเฉพาะที่ อ.ยะหา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยพบผู้ติดเชื้อรวม 8 คน เเละหลายหมู่บ้านต้องถูกสั่งปิด เพื่อตรวจคัดกรองเชื้อเข้มข้นหลายพันคน
มัสยิดได้จัดเตรียมใบลงทะเบียนสำหรับผู้ที่จะมาละหมาด เบื้องต้นได้เเจ้งความจำนงไว้ จำนวน 550 คน โดยเเบ่งเป็นละหมาดภายในมัสยิด 400 คน และ ภายนอกอีก 150 คน เเต่คาดว่าอาจจะมีผู้ที่เดินทางมาละหมาดเพิ่มมากกว่าที่ลงทะเบียนไว้ล้วงหน้า อย่างไรก็ตาม ทางมัสยิดกำหนดให้ผู้ที่มาละมาด จะต้องอาบน้ำละหมาดจากบ้าน นำพรมละหมาดมาเอง ต้องสวมหน้ากากอนามัย ต้องล้างมือวัดอุณหภูมิก่อนเข้ามัสยิด เเละละหมาดตามจุดที่กำหนด รวมถึงให้งดการสลามหรือสัมผัสมือในการทักทาย เพื่อลดความเสี่ยงในการระบาดของไวรัส






ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จุฬาราชมนตรี ผ่อนปรนให้ละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด
ปลดล็อกละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดวันเเรก