วันนี้ (19 ต.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมลงพื้นที่สถานการณ์น้ำท่วม จ.นครราชสีมา ในเวลา 13.00 น.เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ออกจาก พล.ม.2 กรุงเทพฯ เวลา 14.20 น. ถึงสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิตร อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา และ เวลา 15.30 น.รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วม ที่เทศบาลตำบลเมืองปักธงชัย ก่อนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนประสบน้ำท่วม 2 จุด
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ออกประกาศแจ้งเตือนภัยลุ่มน้ำลำตะคอง ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแนวลำตะคอง ลำบริบูรณ์ ลำเชิงไกร และลำน้ำมูล เตรียมพร้อมอพยพกรณีเกิดสถานการณ์น้ำไหลหลาก และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนทราบ เตรียมการเก็บของขึ้นที่สูง และพร้อมอพยพหากเกิดสถานการณ์ พร้อมกับติดตามสถานการณ์น้ำและจัดเวรยามเฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ที่จะส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่
หากประเมินแล้วไม่ปลอดภัยให้อพยพประชาชนทันที ทุกหน่วยงานต้องเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง หลังจากล่าสุดสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำตะคองเกินความจุกักเก็บ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 319 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 101% ของความจุทั้งหมด 314 ล้านลูกบาศก์เมตร

เขื่อนลำตะคองยังรับน้ำได้อีก 50 ล้านลบ.ม.
ด้านนายชยุธพงศ์ อำรุงสุข ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้ปริมาณน้ำจะเต็มความจุของเขื่อนลำตะคอง แต่ทางเขื่อนลำตะคองยังสามารถรับปริมาณน้ำได้อีกประมาณ 50 ล้านลบ.ม. และยืนยันว่าเขื่อนยังไม่ได้มีการระบายน้ำออกจากเขื่อน
ขณะนี้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนและปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่ประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนก็ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงระยะนี้อย่างใกล้ชิด

เสริมแนวกระสอบทรายป้องกันน้ำทะลัก
นายชำนาญ กฤษณสุวรรณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ตรวจสอบอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย พร้อมสั่งการให้เพิ่มจำนวนกระสอบทรายอีก 2,000 ถุง จากเดิมจัดซื้อกระสอบบรรจุทรายไว้แล้วกว่า 4,000 ถุง รวมเป็น 6,000 ถุง มาวางกั้นเป็นแนวรอบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำลำมูลเอ่อทะลักเข้าท่วมเสียหาย
เนื่องจากคาดการณ์ว่าอีกประมาณ 5 วัน มวลน้ำก้อนใหญ่จะเอ่อท่วมในเขต อ.พิมาย เท่ากับปี 2553 หรืออาจจะมากกว่า

นายชำนาญ กล่าวว่า กังวลว่าจะไม่สามารถต้านกระแสน้ำจำนวนมากที่ไหลหลากมาได้ จึงต้องเสริมแนวกระสอบทรายเพิ่มขึ้นอีก เพื่อเสริมความแข็งแรงของแนวกั้น และชะลอกระแสน้ำไม่ให้ไหลทะลักเข้าท่วมสถานที่เก็บโบราณวัตถุล้ำค่าชั้นเยี่ยมของประเทศ เช่น หลุมฝังศพจำลอง โครงกระดูกที่ขุดพบบริเวณบ้านปราสาท เครื่องปั้นดินเผาในยุคต่างๆ ศิลปวัตถุสมัยทวารวดี และพระพุทธรูป เทวรูป และทับหลังต่างๆ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นประติมากรรมหินทรายที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก จึงยากต่อการเคลื่อนย้ายหนีน้ำ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปักธงชัยอ่วม! น้ำท่วม "ตลาด -เขตเทศบาล" กลางดึก
"โคราช" วิกฤตน้ำท่วมต่อเนื่อง-รับมือฝนระลอกใหม่ 17-18 ต.ค.นี้