เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 ธ.ค.2567 ตามเวลาท้องถิ่น เครื่องบินโดยสารของสายการบิน "Jeju Air" ของเกาหลีใต้ เที่ยวบินที่ 7C2216 เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ประสบเหตุไถลออกนอกรันเวย์ไปชนกับรั้วของท่าอากาศยานนานาชาติ "มูอัน" ใน จังหวัดชอลลาใต้ เกิดระเบิดจนไฟลุกท่วม
เครื่องบินสายการบิน Jeju Air ไถลออกนอกรันเวย์
หลังเกิดเหตุทางการเกาหลีใต้ระดมเจ้าหน้าที่กว่า 1,500 นาย ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเร่งกู้ภัย โดยสามารถช่วยผู้รอดชีวิตออกมาได้ 2 คน และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล มีรายงานว่าทั้ง 2 คนอยู่บริเวณหางเครื่องบิน ซึ่งเป็นบริเวณที่ชิ้นส่วนเครื่องบินยังคงสภาพสมบูรณ์มากที่สุด
- เร่งกู้ข้อมูล "กล่องดำ" เครื่องบิน Jeju Air ไถลรันเวย์ ยอดเสียชีวิต 179 คน
- CAAT เผย "JEJU AIR" มีประกันภัยตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ด้านสำนักงานดับเพลิงแห่งชาติเกาหลีใต้ เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดสำนักข่าว Yonhap ของเกาหลีใต้ ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิต 179 คน จากจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดบนเครื่อง 181 คน ซึ่งเป็นผู้โดยสาร 175 คน และลูกเรืออีก 6 คน โดยผู้โดยสารแบ่งเป็นชาวเกาหลี 173 คน และเป็นชาวไทย 2 คน เป็นหญิงอายุ 22 และ 45 ปี
เครื่องบินสายการบิน Jeju Air ไถลออกนอกรันเวย์
เกาหลีใต้คาดอาจใช้เวลาถึง 3 ปีสืบสวนหาสาเหตุ
ขณะนี้ยังไม่มีการระบุสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้คาดว่าอาจเกิดจากการบินชนนก ขณะที่มีรายงานว่า ขณะที่เครื่องบินพยายามลงจอด หอควบคุมได้ส่งคำเตือนชนนกไปยังเครื่องบินลำดังกล่าว ทำให้เครื่องบินต้องชะลอความเร็ว หลังจากนั้น 2 นาที นักบินได้โทรแจ้งขอความช่วยเหลือ ซึ่งทางหอควบคุมได้อนุญาตให้เครื่องบินลงจอดในทิศตรงกันข้าม และนักบินปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าว แต่กลับเกิดเหตุร้ายขึ้น
เครื่องบินสายการบิน Jeju Air ไถลออกนอกรันเวย์
หน่วยงานด้านคมนาคมเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า หัวหน้านักบินของเที่ยวบินดังกล่าว ดำรงตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2019 และมีประสบการณ์การบินมากกว่า 9,800 ชั่วโมง ล่าสุด กระทรวงที่ดินเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถกู้กล่องดำทั้ง 2 กล่องของเครื่องบินลำดังกล่าวได้แล้ว ซึ่งรวมถึงข้อมูลการบินและการบันทึกเสียง และเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป
ซึ่งการสืบสวนเที่ยวบินพาณิชย์อาจใช้เวลา 6 เดือน ถึง 3 ปี เนื่องจากเครื่องบินลำนี้ ผลิตขึ้นนอกเกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่ด้านการสืบสวนจึงจำเป็นต้องปรึกษาพูดคุยกับผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องบิน ซึ่งทำให้การสืบสวนอาจใช้เวลานาน
ขณะที่นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย เปิดเผยว่า ไม่มีรายงานพบสิ่งผิดปกติ ทั้งเครื่องบินและรันเวย์ขณะที่เครื่องบินของสายการบิน Jeju Air ออกจากรันเวย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ด้านสายการบิน Jeju Air ออกมาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต เช่นเดียวกับ โบอิ้ง บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินโดยสาร ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินรุ่น 737-800 ลำที่เกิดเหตุ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งระบุว่า กำลังติดต่อกับทางสายการบิน หลังเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น
ขณะที่ญาติของผู้โดยสารเที่ยวบิน 7C2216 รวมตัวกันที่ห้องรับรองผู้โดยสารในสนามบินนานาชาติมูอัน เพื่อรอข้อมูลหลังเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งญาติบางคนส่งเสียงกรีดร้อง และร้องได้อย่างหนัก หลังเจ้าหน้าที่ประกาศรายชื่อผู้เสียชีวิต หลังมีการระบุตัวตนด้วยลายนิ้วมือ
สนามบินนานาชาติมูอันจะปิดให้บริการไปจนเวลา 05.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยสนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ และเป็นหนึ่งในสนามบินที่เล็กที่สุดในประเทศ แต่มีจำนวนผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 20 เท่าเป็น 310,702 คน ในช่วงเดือน ม.ค. - พ.ย. ของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2022 ซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 3 สัปดาห์ หลังจากสายการบิน Jeju Air เริ่มให้บริการเที่ยวบินปกติ จากสนามบินนานาชาติมูอันไปยังกรุงเทพมหานคร และเมืองอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.
สายการบิน Jeju Air เป็นสายการบินราคาประหยัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเกาหลีใต้ โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2005 มีพนักงานในบริษัทประมาณ 3,000 คน และให้บริการในเส้นทางต่าง ๆ ในเกาหลีใต้ รวมถึงเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น ญี่ปุ่น จีน ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสายการบิน Jeju Air และอาจกลายเป็นอุบัติเหตุทางการบินที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในเกาหลีใต้
อ่านข่าว : "โบอิ้ง" แสดงความเสียใจอุบัติเหตุเครื่องบินเกาหลีใต้ไถลออกรันเวย์