วันนี้ (27 ก.พ.2568) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี, นางจารุณี กาวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ผู้บาดเจ็บและญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บ
จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารศึกษาดูงานของคณะเทศบาลตำบลพรเจริญ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ พลิกคว่ำบนถนนสาย 304 บริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลต่าง ๆ ใน จ.ปราจีนบุรี ได้แก่ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ 5 คน, โรงพยาบาลกบินทร์บุรี 8 คน, โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 อินเตอร์ 1 คน และโรงพยาบาลนาดี 6 คน ทั้งนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์
พฐ.เก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในรถบัสคันเกิดเหตุ
ขณะที่ความคืบหน้าการตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุ วันนี้ (27 ก.พ.) ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ภายในรถบัส 2 ชั้นคันเกิดเหตุ บริเวณทางลงเขาโทน ถนนสาย 304 อ.นาดี ซึ่งขณะนี้รถบัสถูกนำไปจอดไว้ที่ สภ.วังขอนแดง
ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 กล่าวว่า เป็นการตรวจหาพยานหลักฐานอีกครั้งเพื่อหาร่องรอยการเฉี่ยวชน ตำแหน่งการชน เพื่อนำมาเทียบเคียงกับร่องรอยบนถนนและร่องรอยจากแบริเออร์ว่าสอดคล้องกันหรือไม่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบระบบเกียร์และระบบหม้อเบรกเพิ่มเติม เพื่อสรุปสาเหตุที่เกิดขึ้น คาดว่าจะทราบผลภายใน 1 เดือน
ขณะที่ตำรวจ สภ.วังขอนแดง นำตัวคนขับรถบัสส่งฟ้องศาลจังหวัดกบินทร์บุรี โดยระหว่างควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าบาดเจ็บบริเวณใดบ้าง หรือกังวลเรื่องใดบ้าง แต่คนขับรถบัสไม่ตอบคำถาม
ทีมข่าวไทยพีบีเอส ตรวจสอบเส้นทางถนนสาย 304 ตั้งแต่จุดสกัดผางาม จนถึงขาลงเขาโทน พบว่า เจ้าหน้าที่ติดตั้งป้ายแจ้งเตือนเพิ่มเติม เช่น ทางลาดชันยาว 5 กิโลเมตร ใช้เกียร์ต่ำ รถบรรทุกทุกคันใช้เกียร์ต่ำ พร้อมป้ายกำหนดความเร็วของรถแต่ละชนิด เพื่อให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพรถบัสทั้ง 3 คันของคณะศึกษาดูงาน ตั้งแต่วันที่ 24-27 ก.พ. พบว่าทั้ง 3 คันใช้ความเร็วปกติ
เจ้าของรถบัสแจงตรวจสภาพทุกปี-คนขับมีประสบการณ์
ด้านเจ้าของรถบัส เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า วันเกิดเหตุมีการพักรถต่อเนื่อง จุดสุดท้ายที่พักรถก่อนเกิดอุบัติเหตุคือ สถานีให้บริการปั๊มน้ำมันทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ก่อนจะเปลี่ยนคนขับ พร้อมยืนยันว่าคนขับทั้ง 2 คนมีประสบการณ์ขับรถบัสมากกว่า 10 ปี มีความคุ้นเคยเส้นทางนี้ เพราะถูกว่าจ้างไปศึกษาดูงานและทัศนศึกษาประจำ
ทั้งนี้ รถบัสหมายเลขทะเบียน 0040 บึงกาฬ ซึ่งเป็นคันที่ประสบเหตุ มีชื่อนายบุญทัน เป็นผู้ประกอบการขนส่ง พบว่าเป็นรถที่ต่อขึ้้นใหม่และไม่ใช่รถมือสอง ตรวจสอบหนังสือรับรองการตรวจสภาพรถจากสำนักงานขนส่งจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งยืนยันว่า รถที่ประสบเหตุผ่านการตรวจสภาพตามหลักเกณฑ์ปีละ 2 ครั้ง
สำหรับการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ กระทรวงยุติธรรมจะพิจารณาเพิ่มค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย จากคนละ 50,000 บาท เป็น 200,000 บาท ส่วนเงินค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ ทั้งภาคบังคับและแบบสมัครใจวงเงิน 20 ล้านบาท ยังไม่ได้ข้อสรุป หากมีผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพเพิ่มเติม ทายาทที่ได้เงินสินไหมไปก่อนหน้านี้อาจต้องเฉลี่ยทรัพย์คืนในภายหลัง จึงต้องรอดูอาการผู้บาดเจ็บอีกระยะหนึ่ง
อ่านข่าว
ผลตรวจ GPS รถบัสคว่ำเขาโทน พบคนขับไม่จอดพักทุก 4 ชม.
มท.เยียวยาผู้เสียชีวิตรถบัสคว่ำเขาศาลปู่โทน คนละ 5 แสนบาท
บรรยากาศพิธีบำเพ็ญกุศล ผู้เสียชีวิต รถบัสคว่ำ "เขาโทน"
ข้อสังเกตรถบัส 2 ชั้น ปัจจัยเสี่ยงทำให้อุบัติเหตุรุนแรง ?