ปฎิบัติการจับกุม 2 ผู้ต้องหา คดีทุจริตยาโรงพยาบาลทหาร ผ่านศึก ข้าราชการบำนาญ ยศ พ.อ.หญิงและแพทย์หญิง ผู้ชำนาญการ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (26 มี.ค.2568) ยังไม่ใช่บทสรุปของคดีดังกล่าว
อ่านข่าว : จับ "พ.อ.หญิง - พญ." เครือข่ายทุจริตยา รพ.ทหารผ่านศึก
แต่จะนำไปสู่การขยายผล ทั้งการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเครือข่ายขบวนการผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและพลเรือนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้วจำนวน 8 ราย ส่วนผู้เกี่ยวข้องทั้งแม่ข่ายและลูกทีมกว่า 100 คน ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพฤติกรรมเป็นราย ๆ ว่า คือ เหยื่อ หรือ ผู้ร่วมขบวนการ
นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ยืนยันว่า ผลการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินไม่พบว่ามีผู้อยู่เบื้องหลัง และไม่มี mastermind แต่เส้นเงินดังกล่าวไปสิ้นสุดที่ 2 ผู้ต้องหาและเครือข่ายเท่านั้น จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการทุจริตตั้งปี 2561-2564 และยังพบข้อมูลอีกว่าในช่วงปี 2561-2568 มีเงินถูกโอนเข้าบัญชีรวมกว่า 40 ล้านบาท และมีการประเมินความเสียหายจากการทุจริตอยู่ที่มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท

"ก่อนหน้านี้ได้ประเมินความเสียหายทั้งหมดอยู่ที่กว่า 1,600 ล้านบาท คิดจากวงเงินงบประมาณในภาพรวมทั้งหมด และมีการแจกจ่ายเงินไปยังแม่ข่ายและลูกข่าย ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดย พ.อ.หญิง และแพทย์หญิงพร้อมพรรคพวกจะเป็นผู้จ่ายเงินให้ ... คดีนี้ทั้ง 2 คือ ตัวการหลักทำตัวเป็นหัวหน้าขบวนการ และมีหน้าที่วางแผนให้แม่ทีมจัดหาบุคคลมาพบแพทย์ เราพบว่ามีการรวบรวมยาที่ได้ แล้วนำไปเก็บไว้ที่ห้องซักรีด ชั้นล่างของคอนโดฯที่พักอาศัย เพื่อจะส่งต่อไปให้กับเครือข่ายที่ จ.ปราจีนบุรี และร้านขายยาที่ประกอบธุรกิจขายยา ทำหน้าที่เป็นผู้กระจายยา ส่งกลับมาให้ยี่ปั๊วร้านขายยา ย่านพระราม 4 ใน กทม. อีกทอดหนึ่ง"
จากการตรวจสอบแหล่งที่มีการนำยาเบาหวานและรักษาโรคความดัน และอื่นๆ ซึ่งเป็นของกลางมาจำหน่ายใน 17 จุด พบว่ามียาของกลางมาเวียนขายในหลายจังหวัด ทั้ง กทม. จ.ปราจีนบุรี และลพบุรี ขณะนี้กำลังสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย เพื่อหาความเชื่อมโยงจุดกระจายยา ที่คาดว่าน่าจะมีมากกว่านี้

เลขาฯป.ป.ท.กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 เนื่องจากเป็นข้าราชการทั้งคู่ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จะถูกดำเนินคดี ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157, เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารอันเป็นเท็จ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผ.อ.องค์การทหารผ่านศึก ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เมื่อเดือน ก.พ.2568 หลังพบว่ามีขบวนการนำยาออกจากโรงพยาบาลทหารผ่านศึก และพบพฤติการณ์ผิดปกติว่ามีการจัดหาเครือข่ายบุคคลจาก จ.ลพบุรี เข้ามารับยาจากโรงพยาบาลทหารผ่านศึก และนำยาทั้งหมดที่ได้ให้กับแม่ทีมเครือข่ายเพื่อแลกกับค่าจ้างร้อยละ 10 ของค่ายา ซึ่งแม่ทีมเครือข่ายจะได้ค่าจ้างรายหัวอีกรายละ 1,500 บาท

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปป. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้วางแนวทางการสืบสวนพบมีการทำเป็นขบวนการ โดย พ.อ.หญิง คนดังกล่าวจะเป็นผู้วางแผนให้แม่ขายจัดหาบุคคลมาพบแพทย์ ทำทีตรวจรักษากับแพทย์หญิง และสั่งจ่ายยาให้กับผู้ป่วยทิพย์ เพื่อสั่งจ่ายยาที่เกินจากโรคที่เป็นอยู่จริง ก่อนจะรวบรวมยาไปเก็บเพื่อรอจำหน่าย กระจายไปยังจุดต่าง ๆ
สำหรับผู้กระทำความผิดที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ มี 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 2 คน 2. กลุ่มแม่ทีมเครือข่ายนำคนเข้ารับยา จำนวน 2 คน และ 3. กลุ่มรับซื้อยาและจำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย จำนวน 4 คน รวม 8 ราย

เลขาฯ ป.ป.ท.กล่าวว่า เบื้องต้นจากการเข้าตรวจค้นร้านยาในพื้นที่กทม. และ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นแหล่งรับซื้อยาจากกลุ่มผู้กระทำผิด และตรวจค้นบ้านพักที่อยู่อาศัยของผู้ถูกจับกุมในจ.ลพบุรี และจ.ปราจีนบุรี พบของกลางที่เป็นยาที่ใช้รักษาโรคถูกเก็บไว้จำนวนมาก คาดว่า อาจจะมีการส่งไปจำหน่ายให้ร้านยาที่อยู่ในเครือข่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปป.จะต้องขยายผลสอบต่อไป
ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าวขณะนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับแล้ว 8 ราย และตามข้อกฎหมาย ให้สันนิษฐานว่า ผู้ถูกจับกุมยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาจนถึงที่สุดให้ให้ถือว่า ยังเป็นผู้บริสุทธิ์
และความผิดดังกล่าว เกิดจากการกระทำส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต้นสังกัด แต่อย่างใด
อ่านข่าว : ถอดมติ 319 เสียง โหวตไว้วางใจ "แพทองธาร" นั่งนายกฯต่อ
"ธรรมนัส" โวดึง 10 สส.ฝ่ายค้านโหวตหนุนนายกฯ ขออย่าเรียกงูเห่า