“กรณ์” เชื่อเศรษฐกิจปี 55 ดีขึ้น
นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง วิเคราะห์เศรษฐกิจปี 2555 ว่า มีปัจจัยเสี่ยงทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งสิ่งที่ประชาชนกังวลมากที่สุดคือค่าครองชีพที่สูงขึ้น จากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เนื่องจากภาวะน้ำท่วม สำหรับความเสี่ยงภายในประเทศ มีทั้งด้านการเมืองและภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังมีอยู่ แม้จะผ่านเหตุการณ์รัฐประหารไปแล้ว 5 ปี จึงต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเพื่อประชาชน มากกว่าเพื่อประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ส่วนความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมัน ปัจจัยทางการเมืองของสหรัฐฯ เพราะจะเป็นปีที่มีการเลือกตั้งใหม่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า เศรษฐกิจปีนี้จะดีกว่าปีที่แล้ว ยกเว้นว่าจะเกิดความขัดแย้งในประเทศอย่างรุนแรง หรือภัยพิบัติครั้งใหญ่ และรัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการได้
สอดคล้องกับสวนดุสิตโพลที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อความกังวลเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจ ปี 2555 พบว่า ในด้านการเมือง ประชาชนร้อยละ 47 กังวลเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น การแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง จากงบประมาณโครงการต่างๆ ทั้งยังคาดว่า การเมืองปีนี้ยังคงวุ่นวายเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา
ส่วนด้านเศรษฐกิจ ประชาชนร้อยละ 52 กังวลปัญหาสินค้าราคาแพง ค่าครองชีพสูง รองลงมาเป็นปัญหาการว่างงาน รายได้ลดลง แต่ทั้งนี้ส่วนใหญ่เห็นว่า เศรษฐกิจปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา
ขณะที่นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุถึงการประเมินผลงานนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ของนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาว่า ไม่ได้เอาใจเพื่อต้องการอยู่ร่วมรัฐบาล แต่ประเมินในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าพึงพอใจในการทำงานของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันยืนยันถึงการคัดค้านการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่ว่าพรรครัฐบาลจะเสนอหรือไม่
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ประเมินอายุรัฐบาลชุดนี้น่าจะเกิน 1 ปี เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยที่ทำให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลในขณะนี้ และเชื่อว่า การปรับคณะรัฐมนตรีจะเป็นการเปิดทางให้สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่กำลังพ้นจากการถูกตัดสิทธิทางการเมืองในเดือน พ.ค. ขณะเดียวกันได้ปฏิเสธกระแสข่าวที่พรรคเพื่อไทยทาบทาม ส.ส.กลุ่มมัชฌิมา ในพรรคภูมิใจไทย ไปร่วมงาน แต่ส่วนตัวพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล