เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2564 รศ.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต คาดการณ์ผลกระทบจากพายุ 3 ลูกที่จะเกิดขึ้นช่วงวันที่ 11-18 ต.ค.นี้ โดยปี 2564 ปริมาณน้ำไม่เท่าปี 2554 ซึ่งมีน้ำเหนือน้อยกว่า 20% แต่มีหลายพื้นที่ระดับน้ำสูง ใกล้เคียงหรือมากกว่า ปี 2554
ทั้งนี้ สาเหตุที่น้ำสูงเป็นไปตาม "ทฤษฎีน้ำล้นแก้ว" เปรียบสถานน้ำเป็นน้ำในแก้ว หากเป็นแก้วเปล่าไม่มีปัญหา แต่หากในแก้วมีน้ำแข็ง หรือมีอย่างอื่นอยู่ในแก้ว ก็ทำให้น้ำเต็ม น้ำล้น หรือแก้วแตกได้ง่าย
ซึ่งสิ่งที่ รศ.เสรี ยกตัวอย่างมาเทียบกับน้ำแข็ง คือการก่อสร้างคันกั้นน้ำ ถมดิน การบีบแม่น้ำ ซึ่งทั้งหมดเป็นการแย่งที่น้ำอยู่ เมื่อน้ำเข้ามาเติมจะทำให้ 1.น้ำเพิ่มขึ้นรวดเร็ว และ 2.มีแรงดันสูงขึ้น ซึ่งเมื่อคันกั้นน้ำแตกจะเกิดปรากฏการณ์ "โดมิโน่-เอฟเฟก"
ยกตัวอย่าง กรณีคันกั้นน้ำที่ อ.ไชโย แตก เมื่อมีคันกั้นน้ำ บีบให้น้ำไหลแรง เมื่อคันมีรอยแตก ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าไปบ้านเรือนประชาชน ในเวลา 1 ชั่วโมง น้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัญหาที่ตามมาคือการบริหารจัดการน้ำ ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐ-ประชาชน และประชาชน-ประชาชนด้วยกันเอง ว่าจะให้น้ำไปทางไหน
สำหรับพายุ 3 ลูกที่จะเข้ามาตั้งแต่วันที่ 11-18 ต.ค.นี้ ได้แก่ ไลออนร็อก, คัมปาสุ และหย่อมความกดอากาศต่ำ ปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้รับน้ำสูงขึ้น ซึ่งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อาจต้องระบายน้ำเพิ่ม
ดังนั้น ชุมชนปลายน้ำที่ต้องรับน้ำ คือ จ.อ่างทอง จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี แต่ไม่ส่งผลต่อคันกั้นน้ำพื้นที่กรุงเทพฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตาอิทธิพลพายุ - อุตุฯชี้ฝนมากช่วงวันที่ 13 - 14 ต.ค.นี้
เตือนพายุดีเปรสชัน "ไลออนร็อก" กระทบเหนือ-อีสานฝนตกหนัก
"เขื่อนแม่กลอง" เตือนจะระบายน้ำเพิ่ม หวั่นกระทบ "ราชบุรี-สมุทรสงคราม"