วันนี้ (11 ธ.ค.2564) นักเรียน ประชาชนในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่กลุ่มเสี่ยงทยอยเดินทางมาที่โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา อ.ลี้ จ.ลำพูน ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เพื่อเข้ารับการตรวจโรคฝุ่น
โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสกับสสส. และกระทรวงศึกษาธิการ และ 9 ภาคีสภาลมหายใจภาคเหนือ ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสุขภาพปอด ทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง วัดระดับคาร์บอนนอกไซต์ ในพื้นที่ จ.ลำพูน จำนวน 1,000 คน โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และระบบหายใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

เด็กนักเรียนชั้น ป.5 วัย 11 ปี ในพื้นที่เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองตั้งแต่เช้าหลังทราบข่าวว่าจะมีการตรวจเชิงรุกในวันนี้
ความทรมานจากภูมิแพ้เกิดขึ้นตามแขนและขาในช่วงฤดูหนาวของทุกปีตั้งแต่อายุ 3 ขวบ กระทั่งเข้าสู่ช่วง 10 ปี ผื่นคันเริ่มลามขึ้นมาบริเวณใบหน้า
วันนี้ตั้งใจมาตรวจเพราะอยากรู้ว่าแพ้อะไร ทุกหน้าหนาวที่มีฝุ่นควันเยอะก็จะคันเลยอยากรู้ว่าเกี่ยวข้องกันไหม

ขณะที่เจ้าหน้าที่อาสาดับไฟป่าเดินทางมาเข้ารับการตรวจจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่หวังว่าจะได้รับคำแนะนำจากทีมแพทย์ในการรับมือกับฝุ่นควันระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับการเช็กสุขภาพปอดของตัวเองหลังต้องลุยดับไฟป่ามานาน

One Stop Service ตรวจโรคทางเดินหายใจ รู้ไว-รักษาเร็ว
ศ.ดร.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย (TAC) หัวหน้าทีมแพทย์ผู้ให้บริการตรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำพูน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้การวินิจฉัยโรคจากฝุ่นเน้นการซักประวัติ ประกอบกับการวิเคราะห์สถิติฝุ่นในช่วงเวลาเดียวกัน ถือเป็นสถิติเชิงรับประกอบการสันนิษฐานโรค
ขณะที่วันนี้เป็นการตรวจเชิงรุกเพื่อเก็บสถิติเชิงลึก เน้นเรื่องระบบทางเดินหายใจ ทั้งการตรวจสมรรถภาพปอด 45 นาที เอกซเรย์ปอดประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีนักเทคนิคการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาอ่านค่าและแปลผลให้

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง 15 นาที โดยแพทย์เฉพาะทาง ก่อนจะให้คำแนะนำให้การปฏิบัติตัว จ่ายยา และประสานเข้ารักษาในโรงพยาบาลในพื้นที่ทันทีสำหรับผู้ป่วยหนัก
ปัญหาที่หมอเจอในคนไข้ป่วยเรื้อรัง คือ คนไข้จะชินแล้วคิดว่าโรคนี้รักษาไม่ได้ และคิดว่าชีวิตนี้ต้องทนกับมันตลอดชีวิต
ศ.ดร.พญ.อรพรรณ ระบุว่า ที่เลือก อ.ลี้ เนื่องจากเป็นจุดที่พบไฟป่าหรือจุดฮอตสปอตมาก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่หุบเขา มีฝุ่นจากควันมากจึงเลือกบุกมาถึงโรงเรียนเพื่อให้ทราบปัญหาให้เร็วขึ้น นำไปสู่การรักษาที่ทันท่วงที
ทีมแพทย์จะใช้เวลา 1 ปี ในการติดตามผลการตรวจและรักษา พร้อมทำไทม์ไลน์ให้เห็นชัดเจนว่าโรคที่พบเกิดจากฝุ่นจริงหรือไม่
สำหรับโรคที่จะพบในวันนี้ คาดว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจมากกว่า 50% เช่น จมูกอักเสบ ภูมิแพ้ หรือแพ้อากาศ โดยมีแบบสอบถามเชิงวิเคราะห์ที่เป็นมาตรฐานโลกมาช่วยตรวจเพื่อความแม่นยำ รองลงมาคือ โรคหอบหืดซึ่งพบสถิติในเด็ก 10-15% และผู้ใหญ่ 3-5% หากพบผู้ป่วยมากกว่านี้อย่างชัดเจนอาจสะท้อนว่ามีความเกี่ยวข้องกับฝุ่นได้

อีกโรคที่คาดว่าจะได้พบคือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง เนื่องจากที่ อ.ลี้ มีคนทำงานเหมืองแร่ ซึ่งอาจเป็นโรคปอดจากใยหิน การตรวจในวันนี้ก็จะมีการวินิจฉัยและนำมาศึกษาเชิงลึกต่อไป เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่ได้พบได้ง่าย ๆ
ชาวเหนือ 2.6 หมื่นคน ได้รับผลกระทบจากฝุ่น
ขณะที่นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. ระบุว่า ฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ จากข้อมูลการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 เมื่อเดือน มี.ค.2564 โดยพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน และลำพูน พบผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ถึง 26,614 คน
สำหรับกลุ่มโรคที่พบสูงสุด 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ กลุ่มโรคตาอักเสบ ที่สำคัญยังพบว่า กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูงที่สุด ได้แก่ กลุ่มเด็กและเยาวชน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินหน้า "ห้องเรียนสู้ฝุ่น" 140 แห่งทั่วไทย ประสานลาวร่วมฝ่าวิกฤต