ดูท่าทางยูเครนปรับตัวไม่ทัน เมื่อเจอกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มา “ลักไก่” เจรจากับผู้นำรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน แบบไม่ได้คาดคิด ทำเอาพันธมิตรในยุโรปต้องตกใจและงงกันหมด เจ้าของงานไม่เข้าร่วมวงคุยได้อย่างไร
อีกไม่นาน ทรัมป์กับปูตินก็จะต้องมานั่งเจรจาเรื่องอนาคตยูเครนตัวต่อตัว ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ส่งทีมเจรจาล่วงหน้าไปเตรียมตัวกับฝ่ายรัสเซียที่ซาอุดิอาระเบีย คุยกันเรื่อง “ยื่นหมูยื่นแมว” เกี่ยวกับการให้หลักประกันความมั่นคงให้กับสองประเทศนี้
ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็ได้พูดคุยส่วนตัวกับผู้นำยูเครน "โวโลดีมีร์ เซเลนสกี" ว่าถึงเวลาที่ยูเครนต้องมาชดใช้ความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ เคยให้ไป หลังจากที่รัสเซียรุกรานยูเครนและยึดพื้นที่ด้านตะวันออกในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อสามปีที่แล้ว ทรัมป์ขอให้ยูเครนจ่ายชดใช้คืนในรูปแบบทรัพยากรแร่ธาตุหายาก ที่สำคัญต่อการพัฒนาอาวุธซูเปอร์โซนิกและเทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถปัญญาประดิษฐ์ เซเลนสกีไม่ได้ตอบรับ

ส่วนสมาชิกนาโต้ (NATO) ที่เคยเป็นแนวหน้าสำหรับรักษาความมั่นคงในยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน ต่างก็ตกตะลึง เพราะไม่นึกฝันว่า ทรัมป์จะมาเล่นลูกไม้นี้ ลึกๆ เขาอยากถอนตัวจากสงครามยูเครน-รัสเซียด่วนจี๋ที่สุด ต้องการให้ยุโรปมาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและโครงสร้างการป้องกันของยูเครน ซึ่งถือว่าเป็นประเทศยุโรปที่กำลังรอเป็นสมาชิก NATO และอียูเต็มตัว
โดยยุโรปรู้ดีว่าลำพัง สหภาพยุโรปกับ NATO ยังไม่พรั่งพร้อมเต็มร้อยที่จะฟื้นฟูยูเครนทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงได้เอง ยังต้องพึ่งความช่วย เหลือจากสหรัฐฯ ท้ายที่สุดยุโรปและยูเครนต้องเข้ามาเจรจาและมีบทบาทโดยตรง ทรัมป์ฉลาดในการสร้างอำนาจการต่อรองกับยุโรปที่ค่อนข้างประหยัดงบความมั่นคง
ลึกๆ ทรัมป์เองก็ต้องการสร้างตำนานให้ตัวเองในฐานะผู้นำที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน จนถึงขั้นต้องสร้างประติมากรรมแกะ สลักหินในภูเขารัสมัวส์ที่มลรัฐเซาท์ดาโกต้า
ทรัมป์รู้อยู่แล้วว่า โอกาสทองมีแค่สองปี ก่อนจะมีการเลือกตั้งมิดเทอม เพราะพรรคเดโมเครตที่แพ้การเลือกตั้งทั้งตำแหน่งประธานาธิบดีและสมาชิกรัฐสภาล่างกับสภาสูง กำลังจะช่วงชิงที่นั่งเพิ่มในปี 2070 ซึ่งจะเข้ามาขัดแผนการและโครงการพิสดารต่าง ๆ ของทรัมป์ ถึงแม้นว่ายังได้ใจคนอเมริกันอยู่
ในช่วงหนึ่งปีข้างหน้า ระเบียบโลกที่ทุกคนคุ้นเคยอาจถูกสั่นสะเทือนจนหมุดเสาหลักที่สหรัฐฯ วางไว้หลุดออกไป ทำให้เกิดช่องว่างที่อำนาจรองลงมาปรากฏตัวและมีบทบาทมากขึ้นในการวางกรอบระเบียบโลกใหม่แบบหลายขั้ว
ที่เห็นได้ชัดตอนนี้ โลกแบ่งได้ออกเป็นสามขั้ว คือ กลุ่มแรก สหรัฐฯ จะดูแลจัดการในทวีปอเมริกาเหนือและใต้ กลุ่มที่สองยุโรปจะตกอยู่ในเขตอิทธิพลของรัสเซีย อย่าลืมรัสเซียเป็นประเทศยุโรปที่ใหญ่อันดับหนึ่งและมีทรัพยากรอาหารและพลังงานมากที่สุด
ส่วนเอเชียนั้นเป็นของจีนและอินเดีย ยักษ์ใหญ่เอเชียทั้งคู่กำลังขับเคี่ยวกัน ยังไม่รู้ว่าใครจะมาแรงกว่า ส่วนตะวันออกกลางและแอฟริกาจะต้องร่วมมือกับสามขั้วนี้ในกลุ่มที่เรียกว่า “โกลบอลเซาต์” Global South ซึ่งรวมประเทศกำลังพัฒนาในองค์การสหประชาชาติทั้งหมดซึ่งในในอดีตเป็นกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ไทยถือว่าอาเซียนเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด จำเป็นที่ไทยต้องรักษาความต่อเนื่องในบทบาทและแกนกลางของอาเซียน พร้อมทั้งเพิ่มความน่าเชื่อถือในทุกเรื่อง ทุกมิติ เพราะอาเซียนที่ไม่เข้าข้างใครมีเสน่ห์ที่ดึงดูดมหาอำนาจให้เข้ามาเล่นเกมกัน เพื่อกันคู่แข่งขันเข้ามาครอบงำ
สุดท้าย อาเซียนเอาตัวรอดมาได้ 58 ปี กูกประนามว่าดีแต่พูด อ่อนแอ ไม่กล้า ถูกมหาอำนาจหลอกใช้ ตามจริงอาเซียนเหมือนยางสายรัดที่หยืดหยุ่นมาก ๆ พร้อมที่จะกระเด้งกลับได้ทุกเมื่อ ต้องระวังไม่ให้เจ็บตัว
อ่านข่าว:
ประชาธิปไตย "กินได้" การเมืองต้อง "ปลูกฝัง" ตั้งแต่เด็ก
เปิดกะลา "ภาษาอังกฤษ" ดัน "วงวิชาการไทย" ยืนหนึ่งในโลก
บริบทใหม่สัมพันธ์ไทย-จีน รับมือสภาพภูมิรัฐศาสตร์ "แปรเปลี่ยน"
มองเทศ คิดไทย : กวี จงกิจถาวร สื่อมวลชนอาวุโส