วันนี้ (4 พ.ย. 67) ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ. ขอนแก่น อย่างไม่เป็นทางการ จากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 2,689 หน่วย รวมคะแนนเสร็จแล้ว 2,230 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 82.93 พบว่า หมายเลข 1 นายวัฒนา ช่างเหลา ได้คะแนนนำเป็นลำดับที่ 1 ด้วยคะแนน 280,637 ล้มแชมป์เก่าอย่าง หมายเลข 2 นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ ที่ได้คะแนน 235,695 ทั้งนี้ จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้มีทั้งสิ้น 1,202,417 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 602,440 คน คิดเป็นร้อยละ 50.10 ส่วนผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.สุโขทัย อย่างไม่เป็นทางการ พบว่า หมายเลข 1 นายมนู พุกประเสริฐ อดีต นายก อบจ.สุโขทัย ยังคงรักษาแชมป์ได้ด้วย คะแนนนำเป็นลำดับที่ 1 จำนวน 68,069 คะแนน ส่วนหมายเลข 2 นายโด่ง แสวงลาภ ได้ 17,381 คะแนน และหมายเลข 3 นายวศินภัทร์ กิตตินันท์พาณิช ได้ 15,580 คะแนน
วันนี้ (26 ก.ย. 67) เวลา 10.55 น. สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สุโขทัย ยังน่าเป็นห่วง อย่างที่ อ.ศรีสำโรง ถนนเลียบคลองแม่น้ำยมซึ่งเป็นพนังกั้นน้ำแตก ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน กว่า 500 หลังคาเรือน และกระแสน้ำกัดเซาะถนนขาด 2 จุด ชาวบ้านช่วยกันสร้างฝายชะลอน้ำ ป้องกันไม่ให้ถนนอีกเส้นพัง นายวิทยา สันติกุล นายอำเภอศรีสำโรง จ.สุโขทัย ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ในพื้นที่ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤต เพราะระดับน้ำของแม่น้ำยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีถนนเลียบแม่น้ำพังบางจุด
วันนี้ (25 ก.ย. 67) หลายพื้นที่ภาคเหนือเริ่มเกิดน้ำท่วมและมีประชาชนได้รับความเดือดร้อน อย่างตำบลนาแส่ง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง แม่น้ำวังเอ่อล้นท่วม ส่วนที่ตำบลทับผึ้ง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย แม่น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วม วัดศรีสังวร และโรงเรียนวัดศรีสังวร สูง 50-80 เซนติเมตร ทั้งนี้ วัดพลายชุมพล จ.สุโขทัย ได้ตั้งโรงครัวเพื่อช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วม ที่บริเวณสี่แยกท่าช้าง
แพทองธาร ชินวัตร ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัยในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ติดตามสถานการณ์แม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน ยืนยันสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย เร่งรัดการช่วยเหลือ ส่วนมวลน้ำก้อนใหญ่จาก 2 จังหวัดภาคเหนือ ไหลมาบรรจบภาคกลาง ทุกหน่วยงานเตรียมพื้นที่รับน้ำไว้แล้ว การันตีได้ว่า น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ เพราะปริมาณน้ำไม่มากเหมือนปี 2554
วันนี้ (27 ส.ค. 67) พนังกั้นน้ำ จ.สุโขทัย พังหลายจุด ด้านหนึ่งอาจถูกมองว่าช่วยลดผลกระทบ พร่องน้ำก่อนถึงเมืองสุโขทัย แต่อีกด้านหนึ่งชาวบ้านใกล้พนังกั้นน้ำ กลายเป็นชุมชนที่ต้องเสียสละรับน้ำ สำหรับ จ.สุโขทัย เป็นพื้นที่รับน้ำจาก จ.แพร่ และ พะเยา มวลน้ำจากแพร่จะลงสุโขทัยทั้งหมด ผ่านแม่น้ำยม เพราะฉะนั้นถ้าน้ำมาก ฝนตกซ้ำ สุโขทัยรับมวลน้ำเต็ม ๆ และแม้จะมีการบริหารจัดการน้ำ ก่อนถึงตัวเมือง ด้วยพนังกั้นน้ำ แต่เมื่อเจอสถานการณ์จริงพนังกั้นน้ำแตกหลายจุด ถือเป็นบทเรียนว่าควรตรวจสอบจุดรั่วซึมและซ่อมแซมตั้งแต่แรก
ชาวบ้านระดมรื้อเศษซากของกิ่งไม้และขยะ ไม่ให้กีดขวางการไหลของน้ำ และอาจจะสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างสะพาน โดยคาดว่ามวลน้ำเหนือจะทยอยไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัยในคืนนี้ (24 ส.ค. 67) ขณะที่ ชลประทานสุโขทัย เร่งพร่องน้ำออกด้านข้างก่อนถึงตัวเมือง
วันนี้ (24 ส.ค. 67) พื้นที่ต้องเฝ้าระวังว่าจะถูกน้ำท่วมต่อจากจังหวัดแพร่ คือ จังหวัดสุโขทัย กำลังมีมวลน้ำไหลไปเติมแม่น้ำยม จึงต้องเร่งเสริมความแข็งแรงของพนังป้องกันน้ำท่วม เพราะแม่น้ำยมที่ไหลผ่านตัวเมืองค่อนข้างแคบอย่างมาก คาดเย็นวันนี้มวลน้ำจากแพร่จะไหลผ่านเขตเทศบาลเมือง โดย จ.สุโขทัย ทยอยเสริมกระสอบทรายและบิ๊กแบ็ก แต่บางจุดยังเป็นกระสอบทรายขนาด 20 กิโลกรัมเสริมเพียงชั้นเดียว มีบางจุดที่พบการพังทลายของคันดินกั้นน้ำแล้ว เจ้าหน้าที่เทศบาลและชาวบ้านต้องเร่งนำเสาไม้มาค้ำยัน เพื่อลดการทรุดตัว
“บางกอก” ปรากฏพ้นน้ำทะเลเมื่อราว 800 ปีก่อน เรื่องราวนับแต่ยุคเก่าของกรุงเทพมหานครและกรุงธนบุรี เล่าผ่านการศึกษาโบราณคดี หลังผืนแผ่นดินปรากฏจนมีมนุษย์เข้ามาอาศัยกลายเป็นชุมชน ในช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นของกรุงสุโขทัยในฐานะราชธานี ต่อเนื่องถึงกรุงศรีอยุธยา ก่อนเป้นราชธานี ผืนแผ่นดินมีเรื่องราวใดเกิดขึ้น