วันนี้ (26 เม.ย.2560) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ หรือคพ.บอกว่า เนื่องจากจังหวัดระยอง และพื้นที่ภาคตะวันออกเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่สำคัญ และมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาและแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่ ทั้งสารอินทรีย์ระเหยง่าย ปัญหามลพิษในแหล่งน้ำ ปัญหาการจัดการขยะและกากของเสียอุตสาหกรรม รวมไปถึงการเกิดอุบัติภัยจากสารเคมีรั่วไหล เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้ในสถานประกอบการ หรือจากการขนส่ง
กรมควบคุมมลพิษ ได้ปรับการทำงานของศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองเป็นศูนย์ระดับภาค ทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปัญหามลพิษ พร้อมให้คำปรึกษาและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งประสานและเชื่อมโยงระบบข้อมูลสารเคมีอันตราย และมลพิษในสิ่งแวด ล้อมให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิ ศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวด ล้อม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการบูรณาการในการวางแผนการตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลกำหนดแนวทาง มาตรการในการบริหารจัดการปัญหามลพิษสิ่งแวด ล้อม ให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาลภายใต้โครงการ พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี เนื่องจากต่อไปจะมีการลงทุนด้านต่างๆที่จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ ทั้งยังมีการจัดฝึกอบรมเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐสถานประกอบการ และตัวแทนอาสาสมัครจากชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง ในการแจ้งเหตุอุบัติภัยฉุกเฉินจากสารเคมี การแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตราย และมลพิษจากโรงงาน และสถานประกอบการออกสู่สิ่งแวดล้อม
