วันนี้ (27 ก.พ.2568) นายธนพัต ยิ้มสู้ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในฐานะเจ้าของเพจ พ่อบ้านบ้าคอนโด เปิดเผยว่าขณะนี้พบกลุ่มทุนจีนเทา มีพฤติกรรมกว้านซื้อคอนโดมิเนียม ย่านใจกลางเมือง เช่น สุขุมวิท มักกะสัน ห้วยขวาง โดยเฉพาะจุดที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายต่างๆ ทั้งใต้ดินบนดินและแอร์พอร์ตลิงก์ เพื่อนำมาเปิดให้เช่าแบบรายวัน กว่าร้อยละ 90 และเกิดขึ้นกับคอนโดมิเนียมทุกแบรนด์ ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
ซึ่งเบื้องต้นพบพฤติกรรมที่น่าเป็นกังวลคือการที่คนจีนมีชื่อปรากฏเป็นคณะกรรมการนิติบุคคลของคอนโดคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านมักกะสัน และมีความพยายามที่จะเปลี่ยนข้อบังคับการพักอาศัยให้คอนโดมิเนียม แห่งนี้กลายเป็นโรงแรมให้เข้าพักแบบรายวัน ทำให้นิติบุคคลของคอนโดมินิเนียมแห่งนี้ไม่สามารถดำเนินการอะไรกับกลุ่มคนเหล่านี้ได้ โดยหากภาครัฐยังเมินเฉยไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา ในอนาคตเชื่อว่าจะมีกลุ่มคนจีนที่กระทำการลักษณะนี้เพิ่มเติมอีก

ธนพัต ยิ้มสู้ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในฐานะเจ้าของเพจ พ่อบ้านบ้าคอนโด
ธนพัต ยิ้มสู้ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในฐานะเจ้าของเพจ พ่อบ้านบ้าคอนโด
ที่ผ่านมาลูกบ้านหลายคนได้ร้องเรียนเรื่องราวมาผ่านตัวเองสิ่งที่ทำได้ก็คือการนำข้อมูลไปแจ้งให้กับตำรวจแบบแยกเป็นกรณี แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ เบื้องต้นจึงอยากเสนอแนะให้กลุ่มผู้บริหารของ แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ ทุกแบรนด์หันมาจับมือกันเพื่อแก้ปัญหา เช่นการตั้งกองทุนตำรวจเพื่อตรวจจับการปล่อยให้เจ้าของห้องพักเปิดเช่าห้องแบบรายวัน โดยสุ่มตรวจตามคอนโดมิเนียมที่พบปัญหา
สำหรับสาเหตุที่พบนักท่องเที่ยวนิยมมาใช้บริการห้องพักในคอนโดมิเนียมแทนการเข้าพักโรงแรมเนื่องจากมีราคาถูกสภาพของส่วนกลางและวิวทิวทัศน์ในคอนโดมิเนียมสวยงามกว่าถ้าเทียบกับโรงแรมในระดับราคาเดียวกัน นอกจากนี้ยังพบว่าคอนโดมิเนียมที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ารูปแบบต่าง ๆ
ยอมรับแก้ปัญหาต่างชาติเข้าพักแบบรายวันด้วยตัวเองไม่ได้
นิติบุคคลคอนโดมิเนียมย่านถนนเพชรบุรี ซึ่งปรากฏข้อมูลว่ามีเจ้าของห้องชุดซึ่งเป็นชาวต่างชาติปล่อยห้องพักให้เช่าแบบรายวัน เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบพฤติกรรมเจ้าของห้องพักปล่อยให้ชาวต่างชาติเช่าแบบรายวัน ร้อยละ 10-15 ในช่วงระยะเวลา 1-2 ปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทย
เบื้องต้นได้มีลูกบ้านมาร้องเรียนให้นิติบุคคลช่วยดำเนินการตรวจสอบเป็นระยะ แต่ต้องยอมรับว่าอำนาจหน้าที่ของนิติบุคคลทำได้เพียงการตรวจสอบเอกสารการถือครองห้องชุดจากเจ้าของห้องพักเท่านั้น โดยหากผู้เช่ามีเอกสารหลักฐานครบถ้วนนิติบุคคลไม่สามารถดำเนินการอะไรได้
โดยที่ผ่านมาพบว่าผู้เข้าพักมีหลากหลายรูปแบบทั้งที่มีการปฏิบัติตามข้อกำหนด ของนิติบุคคลและกลุ่มที่มีพฤติกรรมรบกวนผู้เข้าพักคนอื่น ทางนิติฯ ทำได้แค่สื่อสารให้ผู้เข้าพักปฏิบัติตามระเบียบไม่สร้างผลกระทบให้ผู้พักอาศัยคนอื่นแต่ไม่สามารถห้ามไม่ให้เจ้าของเข้ามาพักอาศัยได้

สำหรับกลุ่มเจ้าของห้องพักที่มีการปล่อยเช่ารายวันและรายเดือนขณะนี้พบมีหลากหลายเชื้อชาติ แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน ซึ่งปกติแล้วการจะปล่อยห้องชุดในคอนโดมิเนียมให้เช่าแบบรายวันและรายเดือนไม่สามารถทำได้ เพราะอาจจะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม
ซึ่งก่อนหน้านี้นิติบุคคลได้มีการหารือกับฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อแก้ไขแต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะการจะ เข้าแจ้งความต้องมีหลักฐานหลายอย่าง เช่น หลักฐานการจองห้องพัก หลักฐานการโอนเงินเข้าพัก และสัญญาเช่า ซึ่งในความเป็นจริง เจ้าของห้องพักจะไม่ปล่อยหลักฐานดังกล่าวให้มาถึงมือของนิติบุคคลอย่างแน่นอน จึงทำให้การแจ้งความหรือดำเนินคดีเป็นไปได้ยาก
และแม้ว่าทางนิติบุคคลจะไม่ได้รับฝากกุญแจหรือ คีย์การ์ดเพื่อเข้าห้องพักแต่กลุ่มผู้ปล่อยเช่าจะมีวิธีการดำเนินการเพื่อหลบเลี่ยง ซึ่งการจะแก้ปัญหาได้ ต้องอาศัยหน่วยงานรัฐในการเข้มงวดกำกับดูแล
อ่านข่าว :
บุกยึดซิมบ็อกซ์ในคอนโดฯ กลางกรุง พบชื่อคนจีนเป็นเจ้าของห้อง