วันนี้ (17 ก.ค.2563) ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เชื่อว่า การระบาดของ COVID-19 ระลอก 2 ในประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่จะเกิดเมื่อใดนั้นขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนไทยทุกคนที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และหวังว่าการระบาดจะเป็นลักษณะแบบช้า หรือที่เรียกว่า slow burn โดยที่ธุรกิจส่วนใหญ่ยังดำเนินได้ มีผลดีต่อเศรษฐกิจ ประชาชนมีกิจกรรมนอกบ้านได้มาก ภายใต้การใช้ชีวิตที่ลดความเสี่ยงการกระจายเชื้อ มีอัตราการเสียชีวิตต่ำ ระบบการดูแลสุขภาพดำเนินการได้ดี
ส่วนทหารชาวอียิปต์และเด็กหญิงชาวซูดานถือเป็นบทเรียน ซึ่งหลังจากนี้เรื่องเอกสิทธิในกลุ่มทูตต้องชัดเจนและคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ต้องเป็นมาตรการเดียวกันเพื่อป้องกันโรค
เรากำลังพูดถึงกฎ ระเบียบ ถ้าจะให้พูดจริงๆ คือ ไม่อยากเรียกว่าจิตสำนึก แต่เป็นการให้เกียรติกัน เราเองก็เคารพในกฎระหว่างประเทศแต่ขณะเดียวกันเราก็ห่วง เราไม่ได้รังเกียจว่าท่านติดเชื้อหรือไม่ แต่ถ้าทุกคนช่วยกัน เงื่อนไขมีให้อยู่แล้ว สถานที่ที่มีฟังก์ชันเหมือน State Quarantine ที่ควบคุมอย่างเข้มงวด ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับได้

ขณะเดียวกันแสดงความกังวลกรณีแรงงานข้ามชาติที่ลักลอบเข้าเมือง รัฐบาลและผู้ประกอบการต้องวางระบบตรวจสอบอย่าเห็นกับแรงงานราคาถูก เพราะหากมีการติดเชื้อจะได้ไม่คุ้มเสีย และเจ้าหน้าที่ควรช่วยกันสกัดกั้นตามแนวพรมแดนธรรมชาติ
คนเหล่านี้เมื่อเข้ามาในประเทศเนื่องจากเขาผิดกฎหมายก็ไปตรวจเขาไม่เจอ เพราะเราไม่รู้ เขาไม่ปรากฏตัว ก็ไปตรวจเขาไม่ได้ เชื่อว่าอาจจะมีอยู่ในสังคมไทยเวลานี้ โอกาสที่ตัวเลขจะกลับขึ้นมาก็ยังมีอยู่
ทั้งนี้ ทางที่ดีที่สุดอันดับแรกขอความกรุณาผู้ประกอบการไม่นำแรงงานข้ามชาติลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายเข้ามาทำงาน เนื่องจากหากเกิดการแพร่กระจาย ความเสียหายจะแพงมหาศาล
ศ.นพ.ประสิทธิ์ ย้ำว่า แม้ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศมากว่า 50 วัน แต่ก็ประมาทไม่ได้ ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เช็กอิน-เช็กเอาท์ด้วยแอปพลิเคชันไทยชนะ เพื่อป้องกันไม่ให้การระบาดระลอก 2 รุนแรง