วันนี้ (12 ก.พ.2565) นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กำหนดการเดินทางไปซาอุดีอาระเบีย คือวันที่ 26 ก.พ.2565 เบื้องต้น จะไปเมือง รียาด (Riyadh) และนิอุม (Neom) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย ค.ศ.2030
โดยจะมีการหารือกับภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะด้านการค้า นอกจากนี้ ยังได้ทราบว่าหอการค้าซาอุดีอาระเบีย มีความประสงค์จัดตั้งสภาธุรกิจไทย-ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะมีการหารือกับภาคเอกชนไทยในรายละเอียดการจัดตั้งต่อไป

ในปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกไปประเทศซาอุดีอาระเบีย ประมาณ 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 51,000 ล้านบาท คิดเป็นเพียงร้อยละ 0.6 ของการส่งออกทั้งหมด
แต่หลังการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย ของนายกรัฐมนตรี ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของไทย โดยตั้งเป้าสัดส่วนการส่งออกให้สูงขึ้นเป็นร้อยละ 2.2 ของการส่งออก ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับปี 2532 โดยปริมาณการค้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 150,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ สินค้าที่ไทยสามารถเจาะตลาดได้เพิ่มขึ้น เช่น รถยนต์และส่วนประกอบ, อาหารและอาหารแปรรูป, เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ไฟฟ้า
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตในครั้งนี้ สามารถสร้างความร่วมมือได้ 5 ด้าน ได้แก่ แรงงาน การลงทุน การท่องเที่ยว การค้า และอาหาร โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกของไทยไปซาอุดีอาระเบีย จะกลับไปเหนือระดับ 100,000 ล้านบาท

สำหรับปี 2565 ประเมินว่า มูลค่าการค้ารวมระหว่าง 2 ประเทศ จะอยู่ที่ประมาณ 280,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 20.3 โดยการส่งออก จะมีมูลค่า 54,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.2 การนำเข้า จะมีมูลค่า 225,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 24.3 ขาดดุลการค้า 170,000 ล้านบาท
ซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นตลาดที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รองจากตุรกี ในปี 2565 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวที่ร้อยละ 4.9 จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จากการลงทุนที่ขยายตัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม
เปลี่ยนห้างฯ ร้าง “นิวเวิลด์” เป็นนิทรรศการเล่าเรื่อง "บางลำพู" ผ่านแสง-เงา-เสียง