วันนี้ (28 ก.พ.68) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนางอังคณา นีลไพจิต เป็นประธานกรรมาธิการ ออกแถลงการณ์กรณีการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปยังประเทศต้นทาง โดยอ้างอิงถึงเหตุการณ์วันที่ 27 ก.พ.2568 ช่วงกลางดึกมีผู้พบเห็นรถบรรทุกปิดทึบด้วยแถบดำจำนวน 6 คัน ได้ขนย้ายผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ จำนวน 40 คนออกจากห้องกับสวนพลูมุ่งหน้าสนามบินดอนเมือง เพื่อเดินทางไปยังประเทศจีน
- ผบ.ตร.รับส่งชาวอุยกูร์ 40 คนให้ทางการจีนตามมติ สมช.
- สถานทูตจีนยืนยัน "ชาวจีน 40 คน" ถูกส่งตัวจากไทยกลับซินเจียง
- "อุยกูร์" คือใคร ? รากเหง้าประวัติศาสตร์พันปีสู่ความขัดแย้งร่วมสมัย
ซึ่งกรรมาธิการได้ติดตามการส่งตัวผู้ลี้ภัยอย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใย และรู้สึกเสียใจที่ได้ทำหนังสือขอเข้าเยี่ยมชาวอุยกูร์ถึง 3 ครั้ง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิเสธมาตลอด โดยเมื่อวันอังคารที่ 28 ม.ค.2568 คณะกรรมการได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศเข้าให้ข้อมูล ที่ปฏิเสธข้อเท็จจริงการเตรียมส่งเช้าอุยกูร์ กลับประเทศต้นทาง

อีกทั้งมีการให้ชาวอุยกูร์ ลงนามในเอกสารสำคัญ โดยอ้างว่ารัฐบาลจัดทำประวัติผู้ถูกกักขังเท่านั้นและยืนยันว่าในอนาคตไม่มีแผนการที่จะส่งตัวกลับประเทศต้นทางอย่างแน่นอน
ปัจจุบันเป็นที่ยืนยันแล้วว่า รัฐบาลไทยส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คน กลับประเทศจีนแม้รัฐบาลจะแถลงว่าด้วยความสมัครใจ แต่การที่รัฐบาลส่งตัวกลับโดยไม่เปิดเผย ไม่เปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบ และไม่เปิดโอกาสให้ชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คน แถลงความต้องการต่อสาธารณะ ถือเป็นการปิดบังซ่อนเร้นข้อเท็จจริง โดย กรรมาธิการ มีข้อสังเกตต่อการดำเนินการของรัฐบาลดังต่อไปนี้
1. ผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ ทั้ง 40 คน ถูกทางการไทยคุมตัวนานกว่า 11 ปี ที่ผ่านมาทุกคนปฏิเสธจะเดินทางกลับประเทศต้นทาง เนื่องจากกลัวจะได้รับอันตราย และกรรมาธิการพยายามขอเข้าเยี่ยมเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ลี้ภัยทุกคนได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และจะไม่ถูกผลักดันสู่อันตรายหรือถูกส่งกลับไปโดยไม่สมัครใจ แต่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกรรมการรู้สึกผิดหวังและเสียใจที่หน่วยงานรัฐให้ข้อมูลไม่เป็นจริง ทั้งที่กรรมการมีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร
2. คณะกรรมการมีความเห็นว่า การส่งตัวผู้ลี้ภัยกับประเทศต้นทางมีนัยสำคัญต่อการทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะไทยดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HCR) เพราะการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศจีนถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพโดยเฉพาะสิทธิในชีวิตและเนื้อตัวร่างกาย ขัดต่อหลักการไม่ผลักดันสู่อันตราย ซึ่งถูกกำหนดไว้ในมาตรา 3 ของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฎิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือ ย่ำยีศักดิ์ศรี

นอกจากนี้ ยังขัดมาตรา 7 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง มาตรา 16 อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการบังคับให้หายสาบสูญ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี รวมถึงมาตรา 13 ของกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย
3. กรรมาธิการเห็นว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะตระหนักอยู่แล้วว่า การส่งตัวชาวอุยกูร์ กลับประเทศต้นทางมีความเสี่ยงสูงที่ผู้ลี้ภัยเหล่านี้อาจได้รับอันตราย หรือถูกบังคับให้สูญหาย ดังเช่นกรณีรัฐบาลที่ผ่านมาได้ส่งผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ 108 กลับประเทศจีนเมื่อปี 2558 จนปัจจุบันญาติไม่สามารถติดต่อได้ทั้งหมด
ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย กมธ.เห็นว่า การที่รัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือ และไม่ให้ข้อเท็จจริงในการทำหน้าที่ของกรรมาธิการเป็นการไม่เคารพการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งประเด็นผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์เป็นชนกลุ่มน้อยทางศาสนาในจีน เป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหว เปราะบาง การผลักดันผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้กลับประเทศจึงเป็นการละเมิดหลักการไม่ผลักดันสู่อันตรายซึ่งห้ามกระทำโดยเด็ดขาดเนื่องจากมีความเสี่ยงที่คนกลุ่มนี้จะถูกทรมาน ได้รับการปฏิบัติที่โหดร้าย ถูกทำให้สูญหาย หรือเผชิญอันตรายที่ไม่อาจคาดเดาเมื่อถูกผลักดันกลับประเทศต้นทาง
คณะกรรมการจึงขอย้ำเตือนรัฐบาลถึงคำมั่นที่ให้ไว้ต่อรัฐสภา ต่อสาธารณะ และต่อประชาคมระหว่างประเทศในการเคารพสิทธิมนุษยชน ธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม คณะกรรมการจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนสำหรับทุกคน
อ่านข่าว : รัฐบาลยันส่ง "อุยกูร์" กลับจีนตามกฎหมาย-สมัครใจ
สภาฯ ถกญัตติด่วนเสนอแก้ปัญหาส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน
ทนายความชี้ไทยไม่มีอำนาจส่งอุยกูร์ 10 ปีถูกคุมขังตาย 5 คน