“เมฆสีรุ้ง” เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ยากแม้กระทั่งบนโลก แต่ถึงกระนั้นนี่ก็เป็นปีที่ 4 แล้วที่หุ่นยนต์คิวริออซิตี (Curiosity) จับภาพปรากฏการณ์ “เมฆสีรุ้ง” บน “ดาวอังคาร” ได้ และยังสามารถคาดคะเนช่วงเวลาที่เกิดในแต่ละปีบนดาวอังคารได้อย่างแม่นยำ
เมฆสีรุ้ง (Iridescent Cloud) เป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้ยากบนโลก เนื่องมาจากเงื่อนไขค่อนข้างยุ่งยาก มันมักเกิดกับเมฆระดับสูงในชั้นบรรยากาศของโลก และหาชมได้ไม่ง่าย ซึ่งบนดาวอังคารก็มีปรากฏการณ์เมฆสีรุ้งเช่นเดียวกันกับบนโลก
มีการพบเมฆสีรุ้งบนดาวอังคารเป็นครั้งแรกโดยยานมาร์สพาทไฟน์เดอร์ (Mars Pathfinder) ในปี 1997 และพบอีกครั้งโดยยานคิวริออซิตี (Curiosity) ในปี 2019 และจับภาพปรากฏการณ์นี้ได้ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว สิ่งที่น่าประหลาดคือปรากฏการณ์นี้มักพบในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงของซีกใต้ และพบการปรากฏอย่างเป็นวัฏจักร แต่ยานอวกาศและหุ่นยนต์ตัวอื่น ๆ บนพื้นผิวกลับไม่พบมัน
เราคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เมฆสีรุ้งบนชั้นบรรยากาศของดาวอังคารนี้เกิดจากก้อนเมฆที่เป็นเกล็ดน้ำแข็งแห้งหรือคาร์บอนไดออกไซด์ในรูปของแข็งรวมตัวกัน ซึ่งมีเพียงคิวริออซิตีที่ค้นพบ แต่ยานอวกาศหรือหุ่นยนต์ตัวอื่น ๆ กลับสังเกตไม่ได้ ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดเกล็ดน้ำแข็งแห้งที่ลอยเหนือชั้นบรรยากาศดาวอังคารถึงเกิดขึ้นกับบริเวณที่คิวริออซิตีอยู่เพียงที่เดียว
เมื่อทำการเปรียบเทียบตำแหน่งจุดลงจอดที่ยานหุ่นยนต์สองตัวพบปรากฏการณ์คือมาร์สพาทไฟน์เดอร์กับคิวริออซิตีจะพบว่าทั้งสองลำไม่ได้อยู่ในเส้นละติจูดเดียวกัน มาร์สพาทไฟน์เดอร์ลงจอดบริเวณ Ares Vallis ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเส้นศูนย์สูตร ส่วนคิวริออซิตีลงจอดบริเวณ Aeolis Palus ภายในหลุม Gale ซึ่งอยู่ใต้ลงมาจากเส้นศูนย์สูตรเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบแล้วตำแหน่งลงจอดของยานทั้งสองลำอยู่ห่างกันมากกว่า 2,000 กิโลเมตร แต่ยังพบปรากฏการณ์ที่มีลักษณะเดียวกันได้ ซึ่งปริศนาของนี้เกิดขึ้นเมื่อมีหุ่นยนต์เพอร์เซอเวียแรนซ์ (Perseverance) เข้ามาอยู่ในตัวแปรด้วย เนื่องมาจากตำแหน่งลงจอดของเพอร์เซอเวียแรนซ์นั้นอยู่ในละติจูดเดียวกันกับมาร์สพาทไฟน์เดอร์ แต่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเท่านั้น ทว่าตั้งแต่เพอร์เซอเวียแรนซ์ลงจอดในปี 2021 มันยังไม่เคยตรวจจับปรากฏการณ์เมฆสีรุ้งบนท้องฟ้าได้เลย
ปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้วที่คิวริออซิตีจับภาพเมฆสีรุ้งบนชั้นบรรยากาศของดาวอังคารไว้ได้ ซึ่งในตอนนี้นักวิทยาศาสตร์สามารถคาดการณ์ช่วงเวลาการเกิดเมฆสีรุ้งเหนือคิวริออซิตี ได้อย่างแม่นยำแล้ว และคาดการณ์ว่าหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตำแหน่งของคิวริออซิตี สามารถสังเกตเห็นเมฆสีรุ้งได้ก็เกิดจากปรากฏการณ์การคลื่นแรงโน้มถ่วง (Gravity Wave) ในชั้นบรรยากาศของดาวอังคารเหนี่ยวนำให้เกิด
ชุดภาพถ่ายเมฆสีรุ้งนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า Twilight Clouds (หมู่เมฆสนธยา) โดยใช้กล้องถ่ายภาพ Mastcam ของคิวริออซิตี ทางยาวโฟกัส 34 มิลลิเมตร ซึ่งฟิลเตอร์ล้อของมันติดขัดระหว่างหมุนหาตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ทีมงานของ NASA ที่ห้องปฏิบัติการ Jet Propulsion Laboratory ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ยังคงสามารถใช้กล้องถ่ายภาพนี้ร่วมกับกล้องอีกตัวทางด้านขวาที่มีทางยาวโฟกัสสูงกว่า อยู่ที่100 มิลลิเมตร สำหรับถ่ายภาพสีได้ตามปกติ
ทุกครั้งที่สามารถจับภาพเมฆสีรุ้งบนดาวอังคารได้ นักวิทยาศาสตร์จะถือว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เรียนรู้ขนาดของอนุภาคและอัตราการเติบโตของเมฆบนดาวอังคารเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจชั้นบรรยากาศของดาวอังคารได้มากขึ้น
เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NASA
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech