ชาวยุโรปบางส่วนเริ่มคว่ำบาตรสินค้าอเมริกัน ตั้งแต่ครีมชีสไปจนถึงน้ำอัดลม เพื่อตอบโต้นโยบายภาษีของทรัมป์ แม้จะเริ่มจากกลุ่มเล็ก ๆ แต่กระแสนี้สะท้อนความไม่พอใจที่รุนแรงต่อสหรัฐฯ และจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงว่าการแบนสินค้าจะส่งผลในสงครามการค้าหรือไม่
วลาดิเมียร์ ปูติน อาจไม่ได้มองสันติภาพในยูเครน แต่ตั้งเป้าพลิกโฉมระเบียบโลกให้รัสเซียเป็นผู้นำสูงสุด แม้ต้องขัดแย้งกับยูเครนและชาติตะวันตก ขณะที่ ทรัมป์ หวังสงครามจบเร็วโดยไม่สนใจอะไร ผู้เชี่ยวชาญเตือนนี่อาจเป็นโอกาสให้ปูตินก้าวสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า
หลังจาก The Atlantic ตีพิมพ์บทความชื่อว่า รัฐบาลทรัมป์พลาดส่งข้อความแผนทำสงครามมาให้ผม สื่อถึงคนที่ได้รับคือ Jeffrey Goldberg บรรณาธิการใหญ่ของ The Atlantic บทความนี้เปิดมาด้วยประโยคที่ว่า โลกรู้เรื่องการทิ้งระเบิดเป้าหมายกลุ่มฮูตีทั่วเยเมนของสหรัฐฯ ในเวลาประมาณ 14.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ของวันที่ 15 มีนาคม ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า เขาไม่รู้เรื่องเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงส่งข้อความเกี่ยวกับแผนการโจมตีในเยเมนไปยังกลุ่มแชต ในแอปพลิเคชันส่งข้อความ Signal ที่มีบรรณาธิการนิตยสาร The Atlantic อยู่ในแชตด้วย
“ทรัมป์” ยกหูหารือ “ปูติน” ปมสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อนานกว่า 3 ปี เปิดอกคุยครั้งนี้ ถกเงื่อนไขหยุดยิง 30 วัน นำไปสู่สันติภาพถาวร หรือ แบ่งสรรทรัพย์สินดินแดน ในยูเครน ด้านเซเลนสกีไม่เชื่อปูติน มองรัสเซียแค่เล่นเกมยื้อเวลา ทรัมป์ปิดดีลปูตินได้จริงไหม ติดตาม กับ “เช้านี้ ที่ทันโลก”
ทรัมป์เผยว่าการหารือสันติภาพจะเกี่ยวข้องกับ “ดินแดนและโรงไฟฟ้า” รวมถึงการจัดสรรทรัพย์สินบางอย่าง การยกหูหารือของประธานาธิบดีสหรัฐกับรัสเซียครั้งนี้ สร้างความกังวลต่อชาติพันธมิตรยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนจะต้องเตรียมตั้งรับอย่างไร