ซีพีเอฟทำหนังสือแจงสื่อ หลังถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 2.4 พันล้านบาทวานนี้ ว่าเป็นต้นเหตุการระบาดของปลาหมอคางดำระบาด ระบุพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ด้าน กาย-ณัฐชาชี้เมื่อรัฐแก้ไขได้ไม่มีประสิทธิภาพ แนะให้เกษตรกรมรวมกลุ่มฟ้องแพ่งเอง
ไทยพีบีเอส ส่งผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่ไปที่ "อ่าวคุ้งกระเบน" จังหวัดจันทบุรี ไปกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานภาครัฐ หลังชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนเรื่องความล่าช้า และสถานการณ์ระบาดขยายตัว ติดตามรายงาน จากคุณ อิทธิพล เอี่ยมเชย
ตัวแทนชาวบ้านจาก 19 จังหวัด นำปลาหมอคางดำ ที่จับขึ้นมาได้จากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มาเทที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อบอกว่า การแพร่พันธุ์ของปลาหมอคางดำ ยังส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นรายได้ อาชีพ และระบบนิเวศ ที่สำคัญ นี่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาล
วันนี้ (18 มี.ค. 68) ตัวแทนชาวบ้าน 19 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำ รวมตัวหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา หลังครบกำหนดระยะเวลาที่ให้ไว้ 3 เดือน ไม่มีความคืบหน้า ด้าน นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เดินทางมาพบกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ระบุว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีที่ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาต้นตอการระบาด ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและได้รายงานผลแล้ว ไม่ปรากฏพยานและหลักฐานใดที่พิสูจน์ได้ว่า การแพร่ระบาดเกิดจากแหล่งใด
ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของกรมประมงวิจัยและพัฒนา โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี ที่เดินหน้าโครงการวิจัยการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซมตามธรรมชาติ 2 ชุด หรือ 2n ให้เป็นปลาหมอคางดำที่มีชุดโครโมโซม 4 ชุด หรือ 4n เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ คือพอทำให้ปลาปลาหมอคางดำเพศผู้ที่ถูกปรับปรุงพันธุ์เป็น 4n นักวิจัยเอาพวกมันไปปล่อย ให้ไปผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำตามธรรมชาติจุดสำคัญคือ ลูกปลาหมอคางดำที่ได้จากการผสมในลักษณะนี้ จะมีชุดโครโมโซม 3 ชุด หรือ 3n คือเป็นหมัน ไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อได้
#ปลาหมอคางดำ ยังพบเห็นได้หนาแน่น บริเวณหน้าประตูน้ำท่าพญา อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวบ้านบริเวณนี้ ให้ข้อมูลว่าช่วงเช้าจะพบเห็นปลาหมอคางดำลอยขึ้นผิวน้ำได้ทั้ง 2 ฝั่ง คือตะวันตกของประตูน้ำที่เป็นน้ำจืด และฝั่งตะวันออกที่เป็นน้ำเค็ม ชาวบ้านบอกว่า จุดนี้เคยใช้มาตรการควบคุม ด้วยการจับไปทำน้ำหนักชีวภาพ ทำให้ช่วงนั้นปริมาณปลาหมอคางดำลดลง แต่เมื่อหยุดรับซื้อ หยุดจับ ก็กลับมาหนาแน่นเหมือนเดิม ทำให้ชาวบ้านบางคนที่ประกอบอาชีพประมง บอกว่าไม่ค่อยมั่นใจกับแนวทางแก้ปัญหาของรัฐ โดยเฉพาะการปล่อยปลาเป็นหมัน
กรณีการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ในปี 2567 แม้จะมีการจับอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทว่าปัจจุบันก็ยังไม่ได้หายไป มิหนำซ้ำยังระบาดหนักกว่าเดิม นี่เป็นคำยืนยันจากเกษตรกรเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม หลังจากผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ลงพื้นที่สำรวจบ่อกุ้ง 600 ไร่ ใน จ.สมุทรสงคราม พบว่า ยังเต็มไปด้วยปลาหมอคางดำ
วันนี้ (13 ม.ค. 68) เครือข่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำจาก 19 จังหวัด รวมตัวยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (CPF) ในฐานะผู้ขออนุญาตนำเข้าปลาหมอคางดำเพียงบริษัทเดียว ให้แสดงความรับผิดชอบต่อการระบาด หนึ่งในตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบที่เดินทางมาจากจังหวัดจันทบุรี บอกว่า ปลาหมอคางดำยังระบาดหนัก เช่น อ่าวคุ้งกระเบน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานเร่งแก้ไขและหาทางออก
ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ ที่พบการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ เรียกร้องรัฐบาลขยายเวลาผ่อนปรนการใช้ "อวนรุน" จับปลาหมอคางดำ เพราะวิธีทอดแห แต่ละครั้งจะได้ปลาปริมาณน้อยกว่า เพื่อนำมารับประทานเอง ไม่มีแรงจูงใจในการจับปลาหมอคางดำไปขาย เพราะราคารับซื้อต่ำ เพียงกิโลกรัมละ 3 - 4 บาทเท่านั้น
ปีนี้หลายพื้นที่เผชิญกับปัญหาสัตว์ต่างถิ่นรุกราน บางจังหวัดใช้คำว่า "วิกฤต" ได้เลย สำหรับการแพร่ระบาดของ "ปลาหมอคางดำ" นอกจากจะพุ่งเป้าไปที่การกำจัด ฟื้นฟูเยียวยา สิ่งหนึ่งที่ยังอยู่ระหว่างการหาคำตอบตามกระบวนการยุติธรรม คือ ใครต้องรับผิดชอบต่อการแพร่ระบาดครั้งนี้